บั้นพยากรณ์หรือกาลนับมื้อส่วย111
เป็นคำสอนที่มุ่งเตือนสติให้ตั้งมั่นอยู่ในหลักของศีลธรรม ถ้ากาลเวลาล่วงผ่านไปจิตใจของมนุษย์นั้นย่อมเปลี่ยนแปลงไป และท่านได้มุ่งสอนคล้ายกับปัญหาของพระเจ้าปัสเสนทิโกศลมาทูลถามกับพระพุทธเจ้า แต่ของภาคอีสานท่านเรียกว่ากาละนับมื้อส่วย(เสื่อมถอย,หย่อนยาน)ทั้งคลองศีลธรรมและจารีตประเพณีต่างๆก็จะเสื่อมถอยไปด้วย เพราะมนุษย์มองไม่เห็นคุณค่าของศีลธรรมแต่กลับไปเชิดชูวัตถุแทน ดั่งนั้นท่านนักปราชญ์จึงได้แปลงสารเพื่อให้พี่น้องชาวพุทธได้หันกลับมาสู่หลักธรรมของพระพุทธเจ้า ดังนี้คือ
๑) บัดนี้กาละนับมื้อส่วยหลายปีเป็น อันต่างมาแล้ว
พระหากเทเทศน์ไว้ ภายสร้อยศาสนา
หมายถึงกาลเวลาผ่านไปหลายปีก็จะมีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นก็จะมีการเสื่อมถอยหย่อนยานบั้นปลายศาสนา
๒) ฝูงหมูหญิงชายส่วยสิบสาม สิมีลูกลือแล้ว
ชายและหญิงจำถูกกิเลสเข้าครอบงำแล้วจะมีลูกก่อนวัยอันควรอย่างดาดดื่น
๓) นักปราชญ์ถมแม่น้ำนทีกว้าง ขาดเขิน
หมายถึงนักปราชญ์ไม่กล่าวสอนธรรมหรือโลกจะขาดธรรมะหรือมีดร.เต็มบ้านเต็มเมืองแต่ประชาชนไม่ได้ความรู้จากเขาเลย
๔) แม่นว่าสังฆะเจ้าทรงธรรม ในสูตรก็ดี
ยังเล่าแปลงจ่ายเชื้อเงินด้วง คั่วขาย
แม้ว่าพระสงฆ์ก็ยังมีการชื่อขายแลกเปลี่ยนเงินตราเหมือนชาวบ้าน(ชื่อหวย)
๕) ลางเหล่ายังจำมั่นคำสอน พุทธบาทก็มี
สังฆะสมณ์สิ่งนั้นมีน้อย บ่หลาย
บางหมู่คณะก็ตั้งมั่นในคำสอนของพระพุทธจ้าแต่ว่ามีน้อย
๖) โจราได้ทะวาวคำ ม้าขี่ก็มี
หมายถึงข้าราชการปล้นชาติจะมีรถยนต์นั่งฟรีน้ำมันฟรี
๗) นักปราชญ์เป็นงาวง่วงถือกระเบื้อง คั่วขอ
คนหลักเป็นคนใบ้ใจเบา คิดบ่ถืก
หมายถึงคนดีๆจะทำตัวเหมือนคนใบ้ไม่สนใจใคร คนดีจะท้อใจเพราะสังคมไม่รับรองและคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดี มีแต่ความวางเฉยต่อเหตุการณ์บ้านเมือง
๘) หินแฮ่ไหลล่องแก้งโฮฮ้อง สนั่นเมือง
หมายถึงคนไม่รู้หลักการบริหารแต่ได้ดีเพราะการประจบเจ้านาย
๙) กบเขียดฮ้องประสงค์อ่าน โคลงสาร
ฝูงหมู่งูเพาพิษเงือกสิกลัว เกรงย้าน
ถึงเวลาแล้วประชาชนจะขับไล่ไปเอง(ประท้วง)
๑๐) หินอยู่น้ำไหลล่อง ตามกระแสร์
เขาก็ไลสาครไปอยู่นอน ในบ้าน
หมายถึงผู้ที่เคยมีหลักหนักแน่นก็จะเป็นไม้หลักปักขี้ควาย
๑๑) ปลาบึกขึ้นหนีสาคร ค้างหาด
คึดสิขึ้นอยู่ลี้ปลายไม้ สิ่งแลน
ปูปลาฮู้เปิดน้ำหนีหน่าย วังปลา
คนดีๆมีศีลธรรมจะพากันหลีหนีไป
๑๒) เขาก็แยงภูผาเถื่อนพนา เนาค้าง
สระบ่มีน้ำ เอาไปทำไว้สู่แห่ง
อุแอ่งหม้อหมางน้ำว่า สิหนี
หมายถึงผู้มีอำนาจฝ่ายปกครองจะโกงกินบ้านเมืองทำให้ประชาชนเดือนร้อน
๑๓) เอี่ยนก็มาเปิดน้ำสิหนีจาก วังตม
เขาก็ไปแปงฮวงฮังอยู่เทิง ปลายไม้
หมายถึงประชาชนเบื่อละอาจริงๆ
๑๔) งูเงือกพร้อมหนีเขื่อน ชลธา
เขาสิเนาภูผาบ่อนมัน บ่มีน้ำ
หมายถึงลูกหลานชาวบ้านขาดการเหลียวแลจากรัฐบาลจะหนีเข้ากรุง
๑๕) มาลาฮ้างฮามสูญ เสียกลิ่น
หงษ์คำก้มกราบไหว้ประนมน้อม หมู่กา
หมายถึงคนดีจะทำลายศักดิ์ศรีตนเองไปหลงกราบไหว้งอนง้อคนชั่ว
๑๖) หมากพร้าวมาเปิดต้นตกล่วง ลงดิน
มันบ่ยินดี ดอมผู้เฮ็ดบุญเป็นการค้า
หมายถึงผู้มีศีลจะลดตัวลงไปเป็นลูกน้องของคนชั่วที่วางตัวเป็น
๑๗) ครกมองฮ้างหมางเมิน ข้าวเปลือก
ซ้าหลอดมาเปิดเบี้ยแถมซิ้น ใส่ใน
หมายถึงคนจะหันหลังให้วัฒนธรรมของตนเอง
๑๘) จวงจันทร์หล้างของแพง ทางเทศสเภาพุ้น
มาคั่นหิ้วหูซ่า เที่ยวขาย
หมายถึงของปลอมจะเต็มบ้านเต็มเมือง
๑๙) มณีนีลเศร้าเสียแสง สรรพฮูปมีแล้ว
หินแฮ่เป็นหน่วยแก้ว พิลาเข็มค่าสิแพง
ยูงยางต้น ลำงามสิตายแดด
ขอนดอกไหลล่องน้ำ สั่งมาปิ้นป่องใบ
หมายถึงคนดีจะไม่ได้ดีแต่คนชั่วกลับได้ดีเพราะนายมันชั่ว
๒๐) ไก่น้อยให้ กินนมนำกา
หมาน้อยไห้ กินนมนำเสือโคร่ง
หมายถึงชาวบ้านจะพากันขอกินผู้แทนๆ(ชื้อเสียง)ก็จะไปถอนทุนคืนเหมือนไก่ถูกกากิน หมาน้อยถูกเสือกัน
๒๑) หมากน้ำเต้าหน่วยแห้ง สิจมลงทางลุ่ม
หินอยู่ใต้น้ำ สิฟูขึ้นดังสโน
หมายถึงคนดีจะไม่มีคนเลือกแต่จะไปเลือกเอาคนชั่วมาปกครองบ้านเมือง
๒๒) เขาสิฆ่ากันตาย คือขอนไฮ่
มีแต่โลภอยากได้ บ่มีเอื้ออ่าวศีล
หมายถึงผู้ถูกเลือกจะฆ่ากันเองเพราะผลประโยชน์ไม่ลงรอยกัน
๒๓) มณีนิลเศร้าเสียแสง สลับเพศ
หินแฮ่เกิดเป็นหน่วยแก้วพิลาเข้ม ค่าแพง
หมายถึงคนดีจะถูกเจ้านายชั่วเอาคนชั่วมารับความชอบแทน
๒๔) บัวขี้แบ้บานเกิด กลางหนอง
บัวทองเกิดหัวสวน บ้านเก่าเฮาบ่อนเคยยั้ง
หมายถึงคนดีๆทนระบบไม่ไหวก็ลาออกไป
๒๕) ฝนตกโฮ่งไหลลงโฮม โคกโท้โล้
ที่ลึกมาแล่นตื้นไปห่ง แต่บ่อนเขิน
หมายถึงคนได้ดียิ่งได้ดีหรือคนรวยยิ่งรวยคนจนยิ่งจน(ปลาใหญ่กินปลาเล็ก)
๒๖) กาดำดั้นบินไป ลี้ลอบ
ภูใหญ่ผาแผ่นล้านตัวเต้า ต่ำปู
หมายถึงคนชั่วรอบรู้โวหารเก่งคนใหญ่คนโตยอมสยบให้
๒๗) คนเล่าพากันสร้างตันป่อง ชลธี
ปลาก็บินบนแยงเมฆพะโยม ยังฟ้า
หมายถึงการโกงกินจะมีอยู่ทุกวงการ
๒๘) หนูซิงตะบะให้แมวบักดำ ก้มขาบ
หมาจอกมาเห่าช้าง เป็นน่าอยากหัว
หมายถึงประชาชนเจ้าของประเทศจะถูกข้าราชการผู้เป็นลูกจ้างของตนข่มเหง
๒๙) หมาจอกขึ้นวอทอง คนหามแห่
คันคากมันอยากได้ฉัตรกั้น แข่งฝน
หมายถึงคนชั่วจะได้รับการยกย่อง
๓๐) ขี้กระเดือนฮู้บินบน อากาศ
หินก้อนล้านฟูน้ำ ล่องไหลแท้นอ
หมายความว่าคนไม่มีความรู้ทั้งไม่มีศีลธรรมจะครองบ้านครองเมือง
๓๑) พระสงฆ์เจ้าบ่มีสอน ธรรมสวากข์
มีแต่ความขี้คร้านฉันแล้ว ก็เหล่านอน
หมายความว่าพระสงฆ์ไม่เอาธุระในพระศาสนา
๓๒) ฝูงคนเฒ่าศีลธรรม บ่มีเชื่อ
เชื่อแต่คนขี้เหล้า มาเว้าแจกเงิน
หมายถึงคนเฒ่าคนแก่จะไม่มีศีลธรรม
๓๓) ความเดือนฮ้อน คนก่อให้มันเป็น
มีแต่อัปปรีย์เป็น ให้หมั่นเห็นเลิงพ้อ
หมายถึงคนจะเกิดเดือดร้อนเพราะบาปที่ตนก่อ
๓๔) คนสิตายถ้อนเข้าเหลือสาม ฮ่มโพธิ์ศรี
เขาจึงมีใจคิด เฮียกหาพระไตรแก้ว
หมายถึงเมื่อคนขาดศีลธรรมเข่นฆ่ากันเองตายมากขึ้นคนเหลือน้อยจนจะสูญพันธุ์ คนจึงใฝ่หาศีลธรรม
๓๕) ต่อจากหั่น พระยาธรรมสิมาซ่อย
หินอยู่พื้นสิจมลง คือเก่า
บักน้ำเต้าหน่วยแห้ง สิฟูขึ้นดั่งเดิม
หมายถึงเมื่อคนประพฤติแล้วธรรมก็คุ้มครอง คนชั่วจะถูกเกลียดชัง คนดีจะเป็นที่ยอมรับคือได้รับการยกย่อง สรรเสริญ
๓๖) ทุกสิ่งเชื้อที่เกิดอยู่ เมืองมนุษย์
เขาสิมีความสุข ทุกข์บ่มีมาใกล้
หมายถึงว่าทุกชีวิตไม่ว่าคน,สัตว์ ต้นไม้ เขาจะไม่เบียดเบียนกันจะมีแต่ความสุขความเจริญตลอดไปเพราะการรักษาศีลธรรม
Thursday, 4 August 2011
ກາບກາລະນັບມື້ສ້ວຍ
บั้นพยากรณ์หรือกาลนับมื้อส่วย111
เป็นคำสอนที่มุ่งเตือนสติให้ตั้งมั่นอยู่ในหลักของศีลธรรม ถ้ากาลเวลาล่วงผ่านไปจิตใจของมนุษย์นั้นย่อมเปลี่ยนแปลงไป และท่านได้มุ่งสอนคล้ายกับปัญหาของพระเจ้าปัสเสนทิโกศลมาทูลถามกับพระพุทธเจ้า แต่ของภาคอีสานท่านเรียกว่ากาละนับมื้อส่วย(เสื่อมถอย,หย่อนยาน)ทั้งคลองศีลธรรมและจารีตประเพณีต่างๆก็จะเสื่อมถอยไปด้วย เพราะมนุษย์มองไม่เห็นคุณค่าของศีลธรรมแต่กลับไปเชิดชูวัตถุแทน ดั่งนั้นท่านนักปราชญ์จึงได้แปลงสารเพื่อให้พี่น้องชาวพุทธได้หันกลับมาสู่หลักธรรมของพระพุทธเจ้า ดังนี้คือ
๑) บัดนี้กาละนับมื้อส่วยหลายปีเป็น อันต่างมาแล้ว
พระหากเทเทศน์ไว้ ภายสร้อยศาสนา
หมายถึงกาลเวลาผ่านไปหลายปีก็จะมีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นก็จะมีการเสื่อมถอยหย่อนยานบั้นปลายศาสนา
๒) ฝูงหมูหญิงชายส่วยสิบสาม สิมีลูกลือแล้ว
ชายและหญิงจำถูกกิเลสเข้าครอบงำแล้วจะมีลูกก่อนวัยอันควรอย่างดาดดื่น
๓) นักปราชญ์ถมแม่น้ำนทีกว้าง ขาดเขิน
หมายถึงนักปราชญ์ไม่กล่าวสอนธรรมหรือโลกจะขาดธรรมะหรือมีดร.เต็มบ้านเต็มเมืองแต่ประชาชนไม่ได้ความรู้จากเขาเลย
๔) แม่นว่าสังฆะเจ้าทรงธรรม ในสูตรก็ดี
ยังเล่าแปลงจ่ายเชื้อเงินด้วง คั่วขาย
แม้ว่าพระสงฆ์ก็ยังมีการชื่อขายแลกเปลี่ยนเงินตราเหมือนชาวบ้าน(ชื่อหวย)
๕) ลางเหล่ายังจำมั่นคำสอน พุทธบาทก็มี
สังฆะสมณ์สิ่งนั้นมีน้อย บ่หลาย
บางหมู่คณะก็ตั้งมั่นในคำสอนของพระพุทธจ้าแต่ว่ามีน้อย
๖) โจราได้ทะวาวคำ ม้าขี่ก็มี
หมายถึงข้าราชการปล้นชาติจะมีรถยนต์นั่งฟรีน้ำมันฟรี
๗) นักปราชญ์เป็นงาวง่วงถือกระเบื้อง คั่วขอ
คนหลักเป็นคนใบ้ใจเบา คิดบ่ถืก
หมายถึงคนดีๆจะทำตัวเหมือนคนใบ้ไม่สนใจใคร คนดีจะท้อใจเพราะสังคมไม่รับรองและคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดี มีแต่ความวางเฉยต่อเหตุการณ์บ้านเมือง
๘) หินแฮ่ไหลล่องแก้งโฮฮ้อง สนั่นเมือง
หมายถึงคนไม่รู้หลักการบริหารแต่ได้ดีเพราะการประจบเจ้านาย
๙) กบเขียดฮ้องประสงค์อ่าน โคลงสาร
ฝูงหมู่งูเพาพิษเงือกสิกลัว เกรงย้าน
ถึงเวลาแล้วประชาชนจะขับไล่ไปเอง(ประท้วง)
๑๐) หินอยู่น้ำไหลล่อง ตามกระแสร์
เขาก็ไลสาครไปอยู่นอน ในบ้าน
หมายถึงผู้ที่เคยมีหลักหนักแน่นก็จะเป็นไม้หลักปักขี้ควาย
๑๑) ปลาบึกขึ้นหนีสาคร ค้างหาด
คึดสิขึ้นอยู่ลี้ปลายไม้ สิ่งแลน
ปูปลาฮู้เปิดน้ำหนีหน่าย วังปลา
คนดีๆมีศีลธรรมจะพากันหลีหนีไป
๑๒) เขาก็แยงภูผาเถื่อนพนา เนาค้าง
สระบ่มีน้ำ เอาไปทำไว้สู่แห่ง
อุแอ่งหม้อหมางน้ำว่า สิหนี
หมายถึงผู้มีอำนาจฝ่ายปกครองจะโกงกินบ้านเมืองทำให้ประชาชนเดือนร้อน
๑๓) เอี่ยนก็มาเปิดน้ำสิหนีจาก วังตม
เขาก็ไปแปงฮวงฮังอยู่เทิง ปลายไม้
หมายถึงประชาชนเบื่อละอาจริงๆ
๑๔) งูเงือกพร้อมหนีเขื่อน ชลธา
เขาสิเนาภูผาบ่อนมัน บ่มีน้ำ
หมายถึงลูกหลานชาวบ้านขาดการเหลียวแลจากรัฐบาลจะหนีเข้ากรุง
๑๕) มาลาฮ้างฮามสูญ เสียกลิ่น
หงษ์คำก้มกราบไหว้ประนมน้อม หมู่กา
หมายถึงคนดีจะทำลายศักดิ์ศรีตนเองไปหลงกราบไหว้งอนง้อคนชั่ว
๑๖) หมากพร้าวมาเปิดต้นตกล่วง ลงดิน
มันบ่ยินดี ดอมผู้เฮ็ดบุญเป็นการค้า
หมายถึงผู้มีศีลจะลดตัวลงไปเป็นลูกน้องของคนชั่วที่วางตัวเป็น
๑๗) ครกมองฮ้างหมางเมิน ข้าวเปลือก
ซ้าหลอดมาเปิดเบี้ยแถมซิ้น ใส่ใน
หมายถึงคนจะหันหลังให้วัฒนธรรมของตนเอง
๑๘) จวงจันทร์หล้างของแพง ทางเทศสเภาพุ้น
มาคั่นหิ้วหูซ่า เที่ยวขาย
หมายถึงของปลอมจะเต็มบ้านเต็มเมือง
๑๙) มณีนีลเศร้าเสียแสง สรรพฮูปมีแล้ว
หินแฮ่เป็นหน่วยแก้ว พิลาเข็มค่าสิแพง
ยูงยางต้น ลำงามสิตายแดด
ขอนดอกไหลล่องน้ำ สั่งมาปิ้นป่องใบ
หมายถึงคนดีจะไม่ได้ดีแต่คนชั่วกลับได้ดีเพราะนายมันชั่ว
๒๐) ไก่น้อยให้ กินนมนำกา
หมาน้อยไห้ กินนมนำเสือโคร่ง
หมายถึงชาวบ้านจะพากันขอกินผู้แทนๆ(ชื้อเสียง)ก็จะไปถอนทุนคืนเหมือนไก่ถูกกากิน หมาน้อยถูกเสือกัน
๒๑) หมากน้ำเต้าหน่วยแห้ง สิจมลงทางลุ่ม
หินอยู่ใต้น้ำ สิฟูขึ้นดังสโน
หมายถึงคนดีจะไม่มีคนเลือกแต่จะไปเลือกเอาคนชั่วมาปกครองบ้านเมือง
๒๒) เขาสิฆ่ากันตาย คือขอนไฮ่
มีแต่โลภอยากได้ บ่มีเอื้ออ่าวศีล
หมายถึงผู้ถูกเลือกจะฆ่ากันเองเพราะผลประโยชน์ไม่ลงรอยกัน
๒๓) มณีนิลเศร้าเสียแสง สลับเพศ
หินแฮ่เกิดเป็นหน่วยแก้วพิลาเข้ม ค่าแพง
หมายถึงคนดีจะถูกเจ้านายชั่วเอาคนชั่วมารับความชอบแทน
๒๔) บัวขี้แบ้บานเกิด กลางหนอง
บัวทองเกิดหัวสวน บ้านเก่าเฮาบ่อนเคยยั้ง
หมายถึงคนดีๆทนระบบไม่ไหวก็ลาออกไป
๒๕) ฝนตกโฮ่งไหลลงโฮม โคกโท้โล้
ที่ลึกมาแล่นตื้นไปห่ง แต่บ่อนเขิน
หมายถึงคนได้ดียิ่งได้ดีหรือคนรวยยิ่งรวยคนจนยิ่งจน(ปลาใหญ่กินปลาเล็ก)
๒๖) กาดำดั้นบินไป ลี้ลอบ
ภูใหญ่ผาแผ่นล้านตัวเต้า ต่ำปู
หมายถึงคนชั่วรอบรู้โวหารเก่งคนใหญ่คนโตยอมสยบให้
๒๗) คนเล่าพากันสร้างตันป่อง ชลธี
ปลาก็บินบนแยงเมฆพะโยม ยังฟ้า
หมายถึงการโกงกินจะมีอยู่ทุกวงการ
๒๘) หนูซิงตะบะให้แมวบักดำ ก้มขาบ
หมาจอกมาเห่าช้าง เป็นน่าอยากหัว
หมายถึงประชาชนเจ้าของประเทศจะถูกข้าราชการผู้เป็นลูกจ้างของตนข่มเหง
๒๙) หมาจอกขึ้นวอทอง คนหามแห่
คันคากมันอยากได้ฉัตรกั้น แข่งฝน
หมายถึงคนชั่วจะได้รับการยกย่อง
๓๐) ขี้กระเดือนฮู้บินบน อากาศ
หินก้อนล้านฟูน้ำ ล่องไหลแท้นอ
หมายความว่าคนไม่มีความรู้ทั้งไม่มีศีลธรรมจะครองบ้านครองเมือง
๓๑) พระสงฆ์เจ้าบ่มีสอน ธรรมสวากข์
มีแต่ความขี้คร้านฉันแล้ว ก็เหล่านอน
หมายความว่าพระสงฆ์ไม่เอาธุระในพระศาสนา
๓๒) ฝูงคนเฒ่าศีลธรรม บ่มีเชื่อ
เชื่อแต่คนขี้เหล้า มาเว้าแจกเงิน
หมายถึงคนเฒ่าคนแก่จะไม่มีศีลธรรม
๓๓) ความเดือนฮ้อน คนก่อให้มันเป็น
มีแต่อัปปรีย์เป็น ให้หมั่นเห็นเลิงพ้อ
หมายถึงคนจะเกิดเดือดร้อนเพราะบาปที่ตนก่อ
๓๔) คนสิตายถ้อนเข้าเหลือสาม ฮ่มโพธิ์ศรี
เขาจึงมีใจคิด เฮียกหาพระไตรแก้ว
หมายถึงเมื่อคนขาดศีลธรรมเข่นฆ่ากันเองตายมากขึ้นคนเหลือน้อยจนจะสูญพันธุ์ คนจึงใฝ่หาศีลธรรม
๓๕) ต่อจากหั่น พระยาธรรมสิมาซ่อย
หินอยู่พื้นสิจมลง คือเก่า
บักน้ำเต้าหน่วยแห้ง สิฟูขึ้นดั่งเดิม
หมายถึงเมื่อคนประพฤติแล้วธรรมก็คุ้มครอง คนชั่วจะถูกเกลียดชัง คนดีจะเป็นที่ยอมรับคือได้รับการยกย่อง สรรเสริญ
๓๖) ทุกสิ่งเชื้อที่เกิดอยู่ เมืองมนุษย์
เขาสิมีความสุข ทุกข์บ่มีมาใกล้
หมายถึงว่าทุกชีวิตไม่ว่าคน,สัตว์ ต้นไม้ เขาจะไม่เบียดเบียนกันจะมีแต่ความสุขความเจริญตลอดไปเพราะการรักษาศีลธรรม
เป็นคำสอนที่มุ่งเตือนสติให้ตั้งมั่นอยู่ในหลักของศีลธรรม ถ้ากาลเวลาล่วงผ่านไปจิตใจของมนุษย์นั้นย่อมเปลี่ยนแปลงไป และท่านได้มุ่งสอนคล้ายกับปัญหาของพระเจ้าปัสเสนทิโกศลมาทูลถามกับพระพุทธเจ้า แต่ของภาคอีสานท่านเรียกว่ากาละนับมื้อส่วย(เสื่อมถอย,หย่อนยาน)ทั้งคลองศีลธรรมและจารีตประเพณีต่างๆก็จะเสื่อมถอยไปด้วย เพราะมนุษย์มองไม่เห็นคุณค่าของศีลธรรมแต่กลับไปเชิดชูวัตถุแทน ดั่งนั้นท่านนักปราชญ์จึงได้แปลงสารเพื่อให้พี่น้องชาวพุทธได้หันกลับมาสู่หลักธรรมของพระพุทธเจ้า ดังนี้คือ
๑) บัดนี้กาละนับมื้อส่วยหลายปีเป็น อันต่างมาแล้ว
พระหากเทเทศน์ไว้ ภายสร้อยศาสนา
หมายถึงกาลเวลาผ่านไปหลายปีก็จะมีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นก็จะมีการเสื่อมถอยหย่อนยานบั้นปลายศาสนา
๒) ฝูงหมูหญิงชายส่วยสิบสาม สิมีลูกลือแล้ว
ชายและหญิงจำถูกกิเลสเข้าครอบงำแล้วจะมีลูกก่อนวัยอันควรอย่างดาดดื่น
๓) นักปราชญ์ถมแม่น้ำนทีกว้าง ขาดเขิน
หมายถึงนักปราชญ์ไม่กล่าวสอนธรรมหรือโลกจะขาดธรรมะหรือมีดร.เต็มบ้านเต็มเมืองแต่ประชาชนไม่ได้ความรู้จากเขาเลย
๔) แม่นว่าสังฆะเจ้าทรงธรรม ในสูตรก็ดี
ยังเล่าแปลงจ่ายเชื้อเงินด้วง คั่วขาย
แม้ว่าพระสงฆ์ก็ยังมีการชื่อขายแลกเปลี่ยนเงินตราเหมือนชาวบ้าน(ชื่อหวย)
๕) ลางเหล่ายังจำมั่นคำสอน พุทธบาทก็มี
สังฆะสมณ์สิ่งนั้นมีน้อย บ่หลาย
บางหมู่คณะก็ตั้งมั่นในคำสอนของพระพุทธจ้าแต่ว่ามีน้อย
๖) โจราได้ทะวาวคำ ม้าขี่ก็มี
หมายถึงข้าราชการปล้นชาติจะมีรถยนต์นั่งฟรีน้ำมันฟรี
๗) นักปราชญ์เป็นงาวง่วงถือกระเบื้อง คั่วขอ
คนหลักเป็นคนใบ้ใจเบา คิดบ่ถืก
หมายถึงคนดีๆจะทำตัวเหมือนคนใบ้ไม่สนใจใคร คนดีจะท้อใจเพราะสังคมไม่รับรองและคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดี มีแต่ความวางเฉยต่อเหตุการณ์บ้านเมือง
๘) หินแฮ่ไหลล่องแก้งโฮฮ้อง สนั่นเมือง
หมายถึงคนไม่รู้หลักการบริหารแต่ได้ดีเพราะการประจบเจ้านาย
๙) กบเขียดฮ้องประสงค์อ่าน โคลงสาร
ฝูงหมู่งูเพาพิษเงือกสิกลัว เกรงย้าน
ถึงเวลาแล้วประชาชนจะขับไล่ไปเอง(ประท้วง)
๑๐) หินอยู่น้ำไหลล่อง ตามกระแสร์
เขาก็ไลสาครไปอยู่นอน ในบ้าน
หมายถึงผู้ที่เคยมีหลักหนักแน่นก็จะเป็นไม้หลักปักขี้ควาย
๑๑) ปลาบึกขึ้นหนีสาคร ค้างหาด
คึดสิขึ้นอยู่ลี้ปลายไม้ สิ่งแลน
ปูปลาฮู้เปิดน้ำหนีหน่าย วังปลา
คนดีๆมีศีลธรรมจะพากันหลีหนีไป
๑๒) เขาก็แยงภูผาเถื่อนพนา เนาค้าง
สระบ่มีน้ำ เอาไปทำไว้สู่แห่ง
อุแอ่งหม้อหมางน้ำว่า สิหนี
หมายถึงผู้มีอำนาจฝ่ายปกครองจะโกงกินบ้านเมืองทำให้ประชาชนเดือนร้อน
๑๓) เอี่ยนก็มาเปิดน้ำสิหนีจาก วังตม
เขาก็ไปแปงฮวงฮังอยู่เทิง ปลายไม้
หมายถึงประชาชนเบื่อละอาจริงๆ
๑๔) งูเงือกพร้อมหนีเขื่อน ชลธา
เขาสิเนาภูผาบ่อนมัน บ่มีน้ำ
หมายถึงลูกหลานชาวบ้านขาดการเหลียวแลจากรัฐบาลจะหนีเข้ากรุง
๑๕) มาลาฮ้างฮามสูญ เสียกลิ่น
หงษ์คำก้มกราบไหว้ประนมน้อม หมู่กา
หมายถึงคนดีจะทำลายศักดิ์ศรีตนเองไปหลงกราบไหว้งอนง้อคนชั่ว
๑๖) หมากพร้าวมาเปิดต้นตกล่วง ลงดิน
มันบ่ยินดี ดอมผู้เฮ็ดบุญเป็นการค้า
หมายถึงผู้มีศีลจะลดตัวลงไปเป็นลูกน้องของคนชั่วที่วางตัวเป็น
๑๗) ครกมองฮ้างหมางเมิน ข้าวเปลือก
ซ้าหลอดมาเปิดเบี้ยแถมซิ้น ใส่ใน
หมายถึงคนจะหันหลังให้วัฒนธรรมของตนเอง
๑๘) จวงจันทร์หล้างของแพง ทางเทศสเภาพุ้น
มาคั่นหิ้วหูซ่า เที่ยวขาย
หมายถึงของปลอมจะเต็มบ้านเต็มเมือง
๑๙) มณีนีลเศร้าเสียแสง สรรพฮูปมีแล้ว
หินแฮ่เป็นหน่วยแก้ว พิลาเข็มค่าสิแพง
ยูงยางต้น ลำงามสิตายแดด
ขอนดอกไหลล่องน้ำ สั่งมาปิ้นป่องใบ
หมายถึงคนดีจะไม่ได้ดีแต่คนชั่วกลับได้ดีเพราะนายมันชั่ว
๒๐) ไก่น้อยให้ กินนมนำกา
หมาน้อยไห้ กินนมนำเสือโคร่ง
หมายถึงชาวบ้านจะพากันขอกินผู้แทนๆ(ชื้อเสียง)ก็จะไปถอนทุนคืนเหมือนไก่ถูกกากิน หมาน้อยถูกเสือกัน
๒๑) หมากน้ำเต้าหน่วยแห้ง สิจมลงทางลุ่ม
หินอยู่ใต้น้ำ สิฟูขึ้นดังสโน
หมายถึงคนดีจะไม่มีคนเลือกแต่จะไปเลือกเอาคนชั่วมาปกครองบ้านเมือง
๒๒) เขาสิฆ่ากันตาย คือขอนไฮ่
มีแต่โลภอยากได้ บ่มีเอื้ออ่าวศีล
หมายถึงผู้ถูกเลือกจะฆ่ากันเองเพราะผลประโยชน์ไม่ลงรอยกัน
๒๓) มณีนิลเศร้าเสียแสง สลับเพศ
หินแฮ่เกิดเป็นหน่วยแก้วพิลาเข้ม ค่าแพง
หมายถึงคนดีจะถูกเจ้านายชั่วเอาคนชั่วมารับความชอบแทน
๒๔) บัวขี้แบ้บานเกิด กลางหนอง
บัวทองเกิดหัวสวน บ้านเก่าเฮาบ่อนเคยยั้ง
หมายถึงคนดีๆทนระบบไม่ไหวก็ลาออกไป
๒๕) ฝนตกโฮ่งไหลลงโฮม โคกโท้โล้
ที่ลึกมาแล่นตื้นไปห่ง แต่บ่อนเขิน
หมายถึงคนได้ดียิ่งได้ดีหรือคนรวยยิ่งรวยคนจนยิ่งจน(ปลาใหญ่กินปลาเล็ก)
๒๖) กาดำดั้นบินไป ลี้ลอบ
ภูใหญ่ผาแผ่นล้านตัวเต้า ต่ำปู
หมายถึงคนชั่วรอบรู้โวหารเก่งคนใหญ่คนโตยอมสยบให้
๒๗) คนเล่าพากันสร้างตันป่อง ชลธี
ปลาก็บินบนแยงเมฆพะโยม ยังฟ้า
หมายถึงการโกงกินจะมีอยู่ทุกวงการ
๒๘) หนูซิงตะบะให้แมวบักดำ ก้มขาบ
หมาจอกมาเห่าช้าง เป็นน่าอยากหัว
หมายถึงประชาชนเจ้าของประเทศจะถูกข้าราชการผู้เป็นลูกจ้างของตนข่มเหง
๒๙) หมาจอกขึ้นวอทอง คนหามแห่
คันคากมันอยากได้ฉัตรกั้น แข่งฝน
หมายถึงคนชั่วจะได้รับการยกย่อง
๓๐) ขี้กระเดือนฮู้บินบน อากาศ
หินก้อนล้านฟูน้ำ ล่องไหลแท้นอ
หมายความว่าคนไม่มีความรู้ทั้งไม่มีศีลธรรมจะครองบ้านครองเมือง
๓๑) พระสงฆ์เจ้าบ่มีสอน ธรรมสวากข์
มีแต่ความขี้คร้านฉันแล้ว ก็เหล่านอน
หมายความว่าพระสงฆ์ไม่เอาธุระในพระศาสนา
๓๒) ฝูงคนเฒ่าศีลธรรม บ่มีเชื่อ
เชื่อแต่คนขี้เหล้า มาเว้าแจกเงิน
หมายถึงคนเฒ่าคนแก่จะไม่มีศีลธรรม
๓๓) ความเดือนฮ้อน คนก่อให้มันเป็น
มีแต่อัปปรีย์เป็น ให้หมั่นเห็นเลิงพ้อ
หมายถึงคนจะเกิดเดือดร้อนเพราะบาปที่ตนก่อ
๓๔) คนสิตายถ้อนเข้าเหลือสาม ฮ่มโพธิ์ศรี
เขาจึงมีใจคิด เฮียกหาพระไตรแก้ว
หมายถึงเมื่อคนขาดศีลธรรมเข่นฆ่ากันเองตายมากขึ้นคนเหลือน้อยจนจะสูญพันธุ์ คนจึงใฝ่หาศีลธรรม
๓๕) ต่อจากหั่น พระยาธรรมสิมาซ่อย
หินอยู่พื้นสิจมลง คือเก่า
บักน้ำเต้าหน่วยแห้ง สิฟูขึ้นดั่งเดิม
หมายถึงเมื่อคนประพฤติแล้วธรรมก็คุ้มครอง คนชั่วจะถูกเกลียดชัง คนดีจะเป็นที่ยอมรับคือได้รับการยกย่อง สรรเสริญ
๓๖) ทุกสิ่งเชื้อที่เกิดอยู่ เมืองมนุษย์
เขาสิมีความสุข ทุกข์บ่มีมาใกล้
หมายถึงว่าทุกชีวิตไม่ว่าคน,สัตว์ ต้นไม้ เขาจะไม่เบียดเบียนกันจะมีแต่ความสุขความเจริญตลอดไปเพราะการรักษาศีลธรรม
บั้นพยากรณ์หรือกาลนับมื้อส่วย111
เป็นคำสอนที่มุ่งเตือนสติให้ตั้งมั่นอยู่ในหลักของศีลธรรม ถ้ากาลเวลาล่วงผ่านไปจิตใจของมนุษย์นั้นย่อมเปลี่ยนแปลงไป และท่านได้มุ่งสอนคล้ายกับปัญหาของพระเจ้าปัสเสนทิโกศลมาทูลถามกับพระพุทธเจ้า แต่ของภาคอีสานท่านเรียกว่ากาละนับมื้อส่วย(เสื่อมถอย,หย่อนยาน)ทั้งคลองศีลธรรมและจารีตประเพณีต่างๆก็จะเสื่อมถอยไปด้วย เพราะมนุษย์มองไม่เห็นคุณค่าของศีลธรรมแต่กลับไปเชิดชูวัตถุแทน ดั่งนั้นท่านนักปราชญ์จึงได้แปลงสารเพื่อให้พี่น้องชาวพุทธได้หันกลับมาสู่หลักธรรมของพระพุทธเจ้า ดังนี้คือ
๑) บัดนี้กาละนับมื้อส่วยหลายปีเป็น อันต่างมาแล้ว
พระหากเทเทศน์ไว้ ภายสร้อยศาสนา
หมายถึงกาลเวลาผ่านไปหลายปีก็จะมีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นก็จะมีการเสื่อมถอยหย่อนยานบั้นปลายศาสนา
๒) ฝูงหมูหญิงชายส่วยสิบสาม สิมีลูกลือแล้ว
ชายและหญิงจำถูกกิเลสเข้าครอบงำแล้วจะมีลูกก่อนวัยอันควรอย่างดาดดื่น
๓) นักปราชญ์ถมแม่น้ำนทีกว้าง ขาดเขิน
หมายถึงนักปราชญ์ไม่กล่าวสอนธรรมหรือโลกจะขาดธรรมะหรือมีดร.เต็มบ้านเต็มเมืองแต่ประชาชนไม่ได้ความรู้จากเขาเลย
๔) แม่นว่าสังฆะเจ้าทรงธรรม ในสูตรก็ดี
ยังเล่าแปลงจ่ายเชื้อเงินด้วง คั่วขาย
แม้ว่าพระสงฆ์ก็ยังมีการชื่อขายแลกเปลี่ยนเงินตราเหมือนชาวบ้าน(ชื่อหวย)
๕) ลางเหล่ายังจำมั่นคำสอน พุทธบาทก็มี
สังฆะสมณ์สิ่งนั้นมีน้อย บ่หลาย
บางหมู่คณะก็ตั้งมั่นในคำสอนของพระพุทธจ้าแต่ว่ามีน้อย
๖) โจราได้ทะวาวคำ ม้าขี่ก็มี
หมายถึงข้าราชการปล้นชาติจะมีรถยนต์นั่งฟรีน้ำมันฟรี
๗) นักปราชญ์เป็นงาวง่วงถือกระเบื้อง คั่วขอ
คนหลักเป็นคนใบ้ใจเบา คิดบ่ถืก
หมายถึงคนดีๆจะทำตัวเหมือนคนใบ้ไม่สนใจใคร คนดีจะท้อใจเพราะสังคมไม่รับรองและคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดี มีแต่ความวางเฉยต่อเหตุการณ์บ้านเมือง
๘) หินแฮ่ไหลล่องแก้งโฮฮ้อง สนั่นเมือง
หมายถึงคนไม่รู้หลักการบริหารแต่ได้ดีเพราะการประจบเจ้านาย
๙) กบเขียดฮ้องประสงค์อ่าน โคลงสาร
ฝูงหมู่งูเพาพิษเงือกสิกลัว เกรงย้าน
ถึงเวลาแล้วประชาชนจะขับไล่ไปเอง(ประท้วง)
๑๐) หินอยู่น้ำไหลล่อง ตามกระแสร์
เขาก็ไลสาครไปอยู่นอน ในบ้าน
หมายถึงผู้ที่เคยมีหลักหนักแน่นก็จะเป็นไม้หลักปักขี้ควาย
๑๑) ปลาบึกขึ้นหนีสาคร ค้างหาด
คึดสิขึ้นอยู่ลี้ปลายไม้ สิ่งแลน
ปูปลาฮู้เปิดน้ำหนีหน่าย วังปลา
คนดีๆมีศีลธรรมจะพากันหลีหนีไป
๑๒) เขาก็แยงภูผาเถื่อนพนา เนาค้าง
สระบ่มีน้ำ เอาไปทำไว้สู่แห่ง
อุแอ่งหม้อหมางน้ำว่า สิหนี
หมายถึงผู้มีอำนาจฝ่ายปกครองจะโกงกินบ้านเมืองทำให้ประชาชนเดือนร้อน
๑๓) เอี่ยนก็มาเปิดน้ำสิหนีจาก วังตม
เขาก็ไปแปงฮวงฮังอยู่เทิง ปลายไม้
หมายถึงประชาชนเบื่อละอาจริงๆ
๑๔) งูเงือกพร้อมหนีเขื่อน ชลธา
เขาสิเนาภูผาบ่อนมัน บ่มีน้ำ
หมายถึงลูกหลานชาวบ้านขาดการเหลียวแลจากรัฐบาลจะหนีเข้ากรุง
๑๕) มาลาฮ้างฮามสูญ เสียกลิ่น
หงษ์คำก้มกราบไหว้ประนมน้อม หมู่กา
หมายถึงคนดีจะทำลายศักดิ์ศรีตนเองไปหลงกราบไหว้งอนง้อคนชั่ว
๑๖) หมากพร้าวมาเปิดต้นตกล่วง ลงดิน
มันบ่ยินดี ดอมผู้เฮ็ดบุญเป็นการค้า
หมายถึงผู้มีศีลจะลดตัวลงไปเป็นลูกน้องของคนชั่วที่วางตัวเป็น
๑๗) ครกมองฮ้างหมางเมิน ข้าวเปลือก
ซ้าหลอดมาเปิดเบี้ยแถมซิ้น ใส่ใน
หมายถึงคนจะหันหลังให้วัฒนธรรมของตนเอง
๑๘) จวงจันทร์หล้างของแพง ทางเทศสเภาพุ้น
มาคั่นหิ้วหูซ่า เที่ยวขาย
หมายถึงของปลอมจะเต็มบ้านเต็มเมือง
๑๙) มณีนีลเศร้าเสียแสง สรรพฮูปมีแล้ว
หินแฮ่เป็นหน่วยแก้ว พิลาเข็มค่าสิแพง
ยูงยางต้น ลำงามสิตายแดด
ขอนดอกไหลล่องน้ำ สั่งมาปิ้นป่องใบ
หมายถึงคนดีจะไม่ได้ดีแต่คนชั่วกลับได้ดีเพราะนายมันชั่ว
๒๐) ไก่น้อยให้ กินนมนำกา
หมาน้อยไห้ กินนมนำเสือโคร่ง
หมายถึงชาวบ้านจะพากันขอกินผู้แทนๆ(ชื้อเสียง)ก็จะไปถอนทุนคืนเหมือนไก่ถูกกากิน หมาน้อยถูกเสือกัน
๒๑) หมากน้ำเต้าหน่วยแห้ง สิจมลงทางลุ่ม
หินอยู่ใต้น้ำ สิฟูขึ้นดังสโน
หมายถึงคนดีจะไม่มีคนเลือกแต่จะไปเลือกเอาคนชั่วมาปกครองบ้านเมือง
๒๒) เขาสิฆ่ากันตาย คือขอนไฮ่
มีแต่โลภอยากได้ บ่มีเอื้ออ่าวศีล
หมายถึงผู้ถูกเลือกจะฆ่ากันเองเพราะผลประโยชน์ไม่ลงรอยกัน
๒๓) มณีนิลเศร้าเสียแสง สลับเพศ
หินแฮ่เกิดเป็นหน่วยแก้วพิลาเข้ม ค่าแพง
หมายถึงคนดีจะถูกเจ้านายชั่วเอาคนชั่วมารับความชอบแทน
๒๔) บัวขี้แบ้บานเกิด กลางหนอง
บัวทองเกิดหัวสวน บ้านเก่าเฮาบ่อนเคยยั้ง
หมายถึงคนดีๆทนระบบไม่ไหวก็ลาออกไป
๒๕) ฝนตกโฮ่งไหลลงโฮม โคกโท้โล้
ที่ลึกมาแล่นตื้นไปห่ง แต่บ่อนเขิน
หมายถึงคนได้ดียิ่งได้ดีหรือคนรวยยิ่งรวยคนจนยิ่งจน(ปลาใหญ่กินปลาเล็ก)
๒๖) กาดำดั้นบินไป ลี้ลอบ
ภูใหญ่ผาแผ่นล้านตัวเต้า ต่ำปู
หมายถึงคนชั่วรอบรู้โวหารเก่งคนใหญ่คนโตยอมสยบให้
๒๗) คนเล่าพากันสร้างตันป่อง ชลธี
ปลาก็บินบนแยงเมฆพะโยม ยังฟ้า
หมายถึงการโกงกินจะมีอยู่ทุกวงการ
๒๘) หนูซิงตะบะให้แมวบักดำ ก้มขาบ
หมาจอกมาเห่าช้าง เป็นน่าอยากหัว
หมายถึงประชาชนเจ้าของประเทศจะถูกข้าราชการผู้เป็นลูกจ้างของตนข่มเหง
๒๙) หมาจอกขึ้นวอทอง คนหามแห่
คันคากมันอยากได้ฉัตรกั้น แข่งฝน
หมายถึงคนชั่วจะได้รับการยกย่อง
๓๐) ขี้กระเดือนฮู้บินบน อากาศ
หินก้อนล้านฟูน้ำ ล่องไหลแท้นอ
หมายความว่าคนไม่มีความรู้ทั้งไม่มีศีลธรรมจะครองบ้านครองเมือง
๓๑) พระสงฆ์เจ้าบ่มีสอน ธรรมสวากข์
มีแต่ความขี้คร้านฉันแล้ว ก็เหล่านอน
หมายความว่าพระสงฆ์ไม่เอาธุระในพระศาสนา
๓๒) ฝูงคนเฒ่าศีลธรรม บ่มีเชื่อ
เชื่อแต่คนขี้เหล้า มาเว้าแจกเงิน
หมายถึงคนเฒ่าคนแก่จะไม่มีศีลธรรม
๓๓) ความเดือนฮ้อน คนก่อให้มันเป็น
มีแต่อัปปรีย์เป็น ให้หมั่นเห็นเลิงพ้อ
หมายถึงคนจะเกิดเดือดร้อนเพราะบาปที่ตนก่อ
๓๔) คนสิตายถ้อนเข้าเหลือสาม ฮ่มโพธิ์ศรี
เขาจึงมีใจคิด เฮียกหาพระไตรแก้ว
หมายถึงเมื่อคนขาดศีลธรรมเข่นฆ่ากันเองตายมากขึ้นคนเหลือน้อยจนจะสูญพันธุ์ คนจึงใฝ่หาศีลธรรม
๓๕) ต่อจากหั่น พระยาธรรมสิมาซ่อย
หินอยู่พื้นสิจมลง คือเก่า
บักน้ำเต้าหน่วยแห้ง สิฟูขึ้นดั่งเดิม
หมายถึงเมื่อคนประพฤติแล้วธรรมก็คุ้มครอง คนชั่วจะถูกเกลียดชัง คนดีจะเป็นที่ยอมรับคือได้รับการยกย่อง สรรเสริญ
๓๖) ทุกสิ่งเชื้อที่เกิดอยู่ เมืองมนุษย์
เขาสิมีความสุข ทุกข์บ่มีมาใกล้
หมายถึงว่าทุกชีวิตไม่ว่าคน,สัตว์ ต้นไม้ เขาจะไม่เบียดเบียนกันจะมีแต่ความสุขความเจริญตลอดไปเพราะการรักษาศีลธรรม
เป็นคำสอนที่มุ่งเตือนสติให้ตั้งมั่นอยู่ในหลักของศีลธรรม ถ้ากาลเวลาล่วงผ่านไปจิตใจของมนุษย์นั้นย่อมเปลี่ยนแปลงไป และท่านได้มุ่งสอนคล้ายกับปัญหาของพระเจ้าปัสเสนทิโกศลมาทูลถามกับพระพุทธเจ้า แต่ของภาคอีสานท่านเรียกว่ากาละนับมื้อส่วย(เสื่อมถอย,หย่อนยาน)ทั้งคลองศีลธรรมและจารีตประเพณีต่างๆก็จะเสื่อมถอยไปด้วย เพราะมนุษย์มองไม่เห็นคุณค่าของศีลธรรมแต่กลับไปเชิดชูวัตถุแทน ดั่งนั้นท่านนักปราชญ์จึงได้แปลงสารเพื่อให้พี่น้องชาวพุทธได้หันกลับมาสู่หลักธรรมของพระพุทธเจ้า ดังนี้คือ
๑) บัดนี้กาละนับมื้อส่วยหลายปีเป็น อันต่างมาแล้ว
พระหากเทเทศน์ไว้ ภายสร้อยศาสนา
หมายถึงกาลเวลาผ่านไปหลายปีก็จะมีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นก็จะมีการเสื่อมถอยหย่อนยานบั้นปลายศาสนา
๒) ฝูงหมูหญิงชายส่วยสิบสาม สิมีลูกลือแล้ว
ชายและหญิงจำถูกกิเลสเข้าครอบงำแล้วจะมีลูกก่อนวัยอันควรอย่างดาดดื่น
๓) นักปราชญ์ถมแม่น้ำนทีกว้าง ขาดเขิน
หมายถึงนักปราชญ์ไม่กล่าวสอนธรรมหรือโลกจะขาดธรรมะหรือมีดร.เต็มบ้านเต็มเมืองแต่ประชาชนไม่ได้ความรู้จากเขาเลย
๔) แม่นว่าสังฆะเจ้าทรงธรรม ในสูตรก็ดี
ยังเล่าแปลงจ่ายเชื้อเงินด้วง คั่วขาย
แม้ว่าพระสงฆ์ก็ยังมีการชื่อขายแลกเปลี่ยนเงินตราเหมือนชาวบ้าน(ชื่อหวย)
๕) ลางเหล่ายังจำมั่นคำสอน พุทธบาทก็มี
สังฆะสมณ์สิ่งนั้นมีน้อย บ่หลาย
บางหมู่คณะก็ตั้งมั่นในคำสอนของพระพุทธจ้าแต่ว่ามีน้อย
๖) โจราได้ทะวาวคำ ม้าขี่ก็มี
หมายถึงข้าราชการปล้นชาติจะมีรถยนต์นั่งฟรีน้ำมันฟรี
๗) นักปราชญ์เป็นงาวง่วงถือกระเบื้อง คั่วขอ
คนหลักเป็นคนใบ้ใจเบา คิดบ่ถืก
หมายถึงคนดีๆจะทำตัวเหมือนคนใบ้ไม่สนใจใคร คนดีจะท้อใจเพราะสังคมไม่รับรองและคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรดี มีแต่ความวางเฉยต่อเหตุการณ์บ้านเมือง
๘) หินแฮ่ไหลล่องแก้งโฮฮ้อง สนั่นเมือง
หมายถึงคนไม่รู้หลักการบริหารแต่ได้ดีเพราะการประจบเจ้านาย
๙) กบเขียดฮ้องประสงค์อ่าน โคลงสาร
ฝูงหมู่งูเพาพิษเงือกสิกลัว เกรงย้าน
ถึงเวลาแล้วประชาชนจะขับไล่ไปเอง(ประท้วง)
๑๐) หินอยู่น้ำไหลล่อง ตามกระแสร์
เขาก็ไลสาครไปอยู่นอน ในบ้าน
หมายถึงผู้ที่เคยมีหลักหนักแน่นก็จะเป็นไม้หลักปักขี้ควาย
๑๑) ปลาบึกขึ้นหนีสาคร ค้างหาด
คึดสิขึ้นอยู่ลี้ปลายไม้ สิ่งแลน
ปูปลาฮู้เปิดน้ำหนีหน่าย วังปลา
คนดีๆมีศีลธรรมจะพากันหลีหนีไป
๑๒) เขาก็แยงภูผาเถื่อนพนา เนาค้าง
สระบ่มีน้ำ เอาไปทำไว้สู่แห่ง
อุแอ่งหม้อหมางน้ำว่า สิหนี
หมายถึงผู้มีอำนาจฝ่ายปกครองจะโกงกินบ้านเมืองทำให้ประชาชนเดือนร้อน
๑๓) เอี่ยนก็มาเปิดน้ำสิหนีจาก วังตม
เขาก็ไปแปงฮวงฮังอยู่เทิง ปลายไม้
หมายถึงประชาชนเบื่อละอาจริงๆ
๑๔) งูเงือกพร้อมหนีเขื่อน ชลธา
เขาสิเนาภูผาบ่อนมัน บ่มีน้ำ
หมายถึงลูกหลานชาวบ้านขาดการเหลียวแลจากรัฐบาลจะหนีเข้ากรุง
๑๕) มาลาฮ้างฮามสูญ เสียกลิ่น
หงษ์คำก้มกราบไหว้ประนมน้อม หมู่กา
หมายถึงคนดีจะทำลายศักดิ์ศรีตนเองไปหลงกราบไหว้งอนง้อคนชั่ว
๑๖) หมากพร้าวมาเปิดต้นตกล่วง ลงดิน
มันบ่ยินดี ดอมผู้เฮ็ดบุญเป็นการค้า
หมายถึงผู้มีศีลจะลดตัวลงไปเป็นลูกน้องของคนชั่วที่วางตัวเป็น
๑๗) ครกมองฮ้างหมางเมิน ข้าวเปลือก
ซ้าหลอดมาเปิดเบี้ยแถมซิ้น ใส่ใน
หมายถึงคนจะหันหลังให้วัฒนธรรมของตนเอง
๑๘) จวงจันทร์หล้างของแพง ทางเทศสเภาพุ้น
มาคั่นหิ้วหูซ่า เที่ยวขาย
หมายถึงของปลอมจะเต็มบ้านเต็มเมือง
๑๙) มณีนีลเศร้าเสียแสง สรรพฮูปมีแล้ว
หินแฮ่เป็นหน่วยแก้ว พิลาเข็มค่าสิแพง
ยูงยางต้น ลำงามสิตายแดด
ขอนดอกไหลล่องน้ำ สั่งมาปิ้นป่องใบ
หมายถึงคนดีจะไม่ได้ดีแต่คนชั่วกลับได้ดีเพราะนายมันชั่ว
๒๐) ไก่น้อยให้ กินนมนำกา
หมาน้อยไห้ กินนมนำเสือโคร่ง
หมายถึงชาวบ้านจะพากันขอกินผู้แทนๆ(ชื้อเสียง)ก็จะไปถอนทุนคืนเหมือนไก่ถูกกากิน หมาน้อยถูกเสือกัน
๒๑) หมากน้ำเต้าหน่วยแห้ง สิจมลงทางลุ่ม
หินอยู่ใต้น้ำ สิฟูขึ้นดังสโน
หมายถึงคนดีจะไม่มีคนเลือกแต่จะไปเลือกเอาคนชั่วมาปกครองบ้านเมือง
๒๒) เขาสิฆ่ากันตาย คือขอนไฮ่
มีแต่โลภอยากได้ บ่มีเอื้ออ่าวศีล
หมายถึงผู้ถูกเลือกจะฆ่ากันเองเพราะผลประโยชน์ไม่ลงรอยกัน
๒๓) มณีนิลเศร้าเสียแสง สลับเพศ
หินแฮ่เกิดเป็นหน่วยแก้วพิลาเข้ม ค่าแพง
หมายถึงคนดีจะถูกเจ้านายชั่วเอาคนชั่วมารับความชอบแทน
๒๔) บัวขี้แบ้บานเกิด กลางหนอง
บัวทองเกิดหัวสวน บ้านเก่าเฮาบ่อนเคยยั้ง
หมายถึงคนดีๆทนระบบไม่ไหวก็ลาออกไป
๒๕) ฝนตกโฮ่งไหลลงโฮม โคกโท้โล้
ที่ลึกมาแล่นตื้นไปห่ง แต่บ่อนเขิน
หมายถึงคนได้ดียิ่งได้ดีหรือคนรวยยิ่งรวยคนจนยิ่งจน(ปลาใหญ่กินปลาเล็ก)
๒๖) กาดำดั้นบินไป ลี้ลอบ
ภูใหญ่ผาแผ่นล้านตัวเต้า ต่ำปู
หมายถึงคนชั่วรอบรู้โวหารเก่งคนใหญ่คนโตยอมสยบให้
๒๗) คนเล่าพากันสร้างตันป่อง ชลธี
ปลาก็บินบนแยงเมฆพะโยม ยังฟ้า
หมายถึงการโกงกินจะมีอยู่ทุกวงการ
๒๘) หนูซิงตะบะให้แมวบักดำ ก้มขาบ
หมาจอกมาเห่าช้าง เป็นน่าอยากหัว
หมายถึงประชาชนเจ้าของประเทศจะถูกข้าราชการผู้เป็นลูกจ้างของตนข่มเหง
๒๙) หมาจอกขึ้นวอทอง คนหามแห่
คันคากมันอยากได้ฉัตรกั้น แข่งฝน
หมายถึงคนชั่วจะได้รับการยกย่อง
๓๐) ขี้กระเดือนฮู้บินบน อากาศ
หินก้อนล้านฟูน้ำ ล่องไหลแท้นอ
หมายความว่าคนไม่มีความรู้ทั้งไม่มีศีลธรรมจะครองบ้านครองเมือง
๓๑) พระสงฆ์เจ้าบ่มีสอน ธรรมสวากข์
มีแต่ความขี้คร้านฉันแล้ว ก็เหล่านอน
หมายความว่าพระสงฆ์ไม่เอาธุระในพระศาสนา
๓๒) ฝูงคนเฒ่าศีลธรรม บ่มีเชื่อ
เชื่อแต่คนขี้เหล้า มาเว้าแจกเงิน
หมายถึงคนเฒ่าคนแก่จะไม่มีศีลธรรม
๓๓) ความเดือนฮ้อน คนก่อให้มันเป็น
มีแต่อัปปรีย์เป็น ให้หมั่นเห็นเลิงพ้อ
หมายถึงคนจะเกิดเดือดร้อนเพราะบาปที่ตนก่อ
๓๔) คนสิตายถ้อนเข้าเหลือสาม ฮ่มโพธิ์ศรี
เขาจึงมีใจคิด เฮียกหาพระไตรแก้ว
หมายถึงเมื่อคนขาดศีลธรรมเข่นฆ่ากันเองตายมากขึ้นคนเหลือน้อยจนจะสูญพันธุ์ คนจึงใฝ่หาศีลธรรม
๓๕) ต่อจากหั่น พระยาธรรมสิมาซ่อย
หินอยู่พื้นสิจมลง คือเก่า
บักน้ำเต้าหน่วยแห้ง สิฟูขึ้นดั่งเดิม
หมายถึงเมื่อคนประพฤติแล้วธรรมก็คุ้มครอง คนชั่วจะถูกเกลียดชัง คนดีจะเป็นที่ยอมรับคือได้รับการยกย่อง สรรเสริญ
๓๖) ทุกสิ่งเชื้อที่เกิดอยู่ เมืองมนุษย์
เขาสิมีความสุข ทุกข์บ่มีมาใกล้
หมายถึงว่าทุกชีวิตไม่ว่าคน,สัตว์ ต้นไม้ เขาจะไม่เบียดเบียนกันจะมีแต่ความสุขความเจริญตลอดไปเพราะการรักษาศีลธรรม
ອິນທິຍານສອນລູກ
๙..วรรณกรรมเรื่องอินทิญาณสอนลูก110
เป็นการรวบรวมคำผญาภาษิตในท้องถิ่นอีสานจัดรวมเป็นหมวดหมู่ เหมือนกับเรื่องปู่สอนหลานและย่าสอนหลาน แต่เรื่องอินทิญาณสอนลูกสาวนั้นเป็นไปในลักษณะคตินิยม จารีตประเพณี ตลอดจนจริยธรรมอันดีงามของสังคมโบราณในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาประมวลรวมเป็นเรื่องราวต่างๆเหมือนวรรณเรื่องอื่นที่นำเอาชาดกบ้าง ธรรมบทบ้างมาปรับเปลี่ยนตัวละครเพื่อให้สอดคล้องกับอุปนิสัยของคนในภูมิภาคนั้นๆ เช่น เรื่องบัณฑิตหนุ่ม กับชายเจ้าปัญญาชอบบุตรสาวของเศรษฐี ได้แต่งงานกันก็ด้วยกลบาย และมีนิทานหลายเรื่องที่มุ่งสอนให้รู้จักคน โดยดูเพียงผิวเผินไม่ได้ต้องดูกันนานๆ ลักษณะวรรณกรรมเรื่องนี้เน้นให้เห็นการเลือกคบคน การเลือกสามีที่มีความขยัน มีปัญญา และใจกว้างนับถือวงศาคณาญาติ ในขณะเดียวกันก็สอนลูกสาวให้มีจริยธรรมที่ดีงาม ไม่เล่นชู้ ไม่มีความกำหนัดในกามคุณ และประพฤติตนให้อยู่ในระเบียบจารีตประเพณีของบ้านเมือง ส่วนเรื่องอื่นๆก็นำเอาสุภาษิตมาอธิบาย สั่งสอนจริยธรรม คตินิยม ความเชื่อของสังคมโบราณอีสาน ดังนี้คือ
๑) สอนให้รู้จักเลือกสามีที่มีปัญญาดังนี้
เพิ่งเอาผัวให้หาแนวนักปราชญ์นั้นเนอ ใจฉลาดฮู้คลองแท้สั่งสอน
หญิงใดได้ผัวนามนักปราชญ์ เป็นที่กล่าวเว้ายอย่องทั่วแดน
๒) สอนให้รู้จักการปฏิสันถาร
ยามเมื่อวงศาเซื้อทางไกลมาฮอด มักก็ปูสาดไว้จำให้นั่งเทิง
แล้วค่อยเว้าต่างแม่มาดา มันก็ทำกระบวนเหมือนพ่อบ้านใจกว้าง
๓) สอนให้รู้ลักษณะชายดีหรือเลว
ชายใดใจโถงหลิ้นบ่มีหวนหาเมื่อ ผมหมีดเกลี้ยงน้ำมันไล้ลูบเลิง
แล้วเล่าบายเอาเหล้ามากินบ่มีเหือด คำปากร้ายฟู่ฟู่ความเว้าแต่โต
เฮ็ดเวียกให้เพิ่นย่องหาร่วมสาวเห็น กลางคืนเป็นกลางเว็นเที่ยวละเลนอนค้าง
มันก็โวโวเว้าคำจาบ่เห็นแก่ใผนั้น ทำเพศเพียงสกุลเซื้อลูกเสือ
ฝูงนี้นักปราชญ์เขาหลีกหนีเว็นไกล แม่นว่าเซินเซอโสมให้ค่อยเอาใจเว้น
๔) สอนหญิงให้รู้จักคุณค่าของเงิน
ยามใดเข้ามีเงินเต็มถงอย่าฟ้าวอ่ง ยามเมื่อทุกข์ขมอดไร้เงินนั้นจึงค่อยบาย
ชาตที่เป็นสาวนี้แปลงเชิงให้มันคล่อง ผ้าบ่ทันเก่าเกลี้ยงก็อย่าให้ขาดกลาง
เงินหากหมดเสียขวัญยังดอมไถ่ อันว่าผ้าขาดแล้วแครงนั้นหากซิยัง
๕) สอนให้รู้การทำบุญให้ทาน
อันหนึ่งเจ้าลุกแต่เช้าประสงค์แต่งจังหัน ยามเมื่อบายของทานให้ส่วยสีสรงล้าง
ซื่อว่ากินทานนี้ทำตัวให้ประณีต อันว่าผมเกศเกล้าเคียนไว้อย่าให้มาย
ให้ค่อยทำเพียรตุ้มเสมอยุงซุมเหยือ อย่าได้เฮ็ดตู้เตื้อตีนซิ่นไขว่พานั้นเนอ
บาดว่าบาปซอกดั้นใผบ่ห่อนหวนเห็นลูกเอย
๖ สอนให้รู้จักรักนวลสงวนเพราะผู้หญิงเปรียบเหมือนข้าวสาร
อย่าได้ทำการชู้หลายชายมักพาบกันนั้น เป็นดังไซใส่แล้วปลายไม่ถืกลมนั่นแล้ว
อันหนึ่งเป็นดังศาลากว้างทางหลวงหลังใหญ่ ซูคนสู่แวเข้าเซาแล้วก็เล่นหนีลูกเอย
หญิงใดแฮงสงวนสู้ตัณหากามโลก ฝูงหมู่เทพท่อนไท้เห็นแล้วถ่มน้ำลาย
แม่นว่ามีของได้อันใดบ่ประเสริฐ แม่นว่ามีลูกน้อยความไห้บ่เหือดคีง
๗ สอนให้รู้จักฟังธรรมด้วยใจศรัทธาอย่าไม่เล่นหูเล่นตากับชายหนุ่มเดียวบุญไม่ได้เต็มที่
ยามเมื่อมหาเณรน้อยตั้งสูตรมหาชัย ให้เจ้ายอกระพุ่มมือใส่หัวประสงค์น้อม
ผายแผ่บุณโตสร้างสนองคุณพ่อแม่ อย่าได้เห็นแก่เว้าเชิงชู้สวากเสน่ห์
คำปากยังกล่าวต้านเรียกว่าเอาบุญ ใจเล่ายังพาโลกล่าวคำเซิงชู้
บุญบ่มีหวังค้างคาตัวพอถองคีงแล้ว อาบน้ำเจ้าบ่ตั้งต่ออันนั้นใจวอนแวนรีบ
เอาบุญมาคว่าได้บาปร้ายกรรมต้องตื่มเลิง
๘) สอนให้รู้จักทำสังฆทานและเปรียบเทียบไม่ให้หญิงเข้าใกล้ชิดพระดังนี้
อันหนึ่งยามเจ้าบายของไปแจกทานนั้น ใจอย่าคิดโลดเลี้ยวเห็นใกล้แก่สมณ์
อย่าได้อคติด้วยของทานเสมอภาคกันเนอ อย่าได้เห็นแก่สังฆะเจ้าคีงเลื่อมจึงค่อยทาน
อันหนึ่งอย่าได้เข้านั่งไกล้เคี้ยวหมากนานลุก ชาติที่แนวมหาเถรดั่งกุญชโรย้อย
เพิ่นหากลือซาช้างพลายสีดอตัวอาจ ใผอยู่ลอนนั่งใกล้งาช้างซิเสียบแทงแล้ว
อันหนึ่งอย่าได้ซำเซียแวมหาเถรยามค่ำ บ่แม่นแนวลูกช้างคุมคล้องบาปซิกิน
๙) สอนให้รู้จักเก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
อันหนึ่งยามใดเจ้าอยู่ห้องหนแห่งเฮือนตน ให้ซ่างแปลงกระบวนให้สมสิ่งเฮือซ้าวค้า
อย่าได้แปลงกระบวนให้สมคือเฮือซ่วง ฝูงอยู่ใกล้เห็นพื้นเพิ่นซิซังเจ้าแล้ว
๑๐) สอนในเชิงอุปมายกเอาลักษณะต่างของสัตว์มาสอนดังนี้คือ
๑๐.๑) อันหนึ่งยามเมื่อวาจาต้านให้พอหูหอมม่วน
อย่าได้ไขปากต้านแฮงพ้นเพิ่นหลายพ่อท้อน
อันหนึ่งอย่าได้ทำตนเพี้ยงหัวเพียงอ้ายอึ่ง
มันหากเหลือแต่ฮ้องตายย้อยปากโต นั้นแล้ว
๑๐.๒) อันหนึ่งอย่าได้เทียมผู้ใบ้เป็นห่านหัวเขียวนั้นเนอ
มันก็ไลลาปละไข่กลมกลางบ้าน
มันก็ไลลาถิ้มเสียใจดอมเพื่อน
ลูกแตกออกจากท้องมันเลี้ยงบ่เป็น
๑๐.๓) เป็นหญิงนี้ทำเนียมนำไก่
มันซ่างฟักป้องปองเลี้ยงให้ใหญ่สูง
ซื่อว่าเป็นคนให้ทำเนียมนำเต่า
มันหากเมี้ยนไข่ไว้ดีแล้วจึ่งค่อยไป
ให้ค่อยทำเพียรตุ้มเสมอยูง ซุ่มเหยื่อ
อย่าได้เฮ็ดตู้เตื้อตีนซิ่น ไขว่ภาช์นั้นเนอ
อันหนึ่งเป็นคนให้ลักขณานามปลวก
หากซ่างอยู่หางซ่างอ้นคูณขึ้นใหญ่สูง
ความหมายคำศัพท์
ฮอด –ถึง เทิง -บน ข้างบน วาด -ท่าทาง ชั้นเชิง เวียก -การงาน งาน
โถง -นักเลง หลิ้น - เล่น หมีด -ดำสนิท เลิง -เรื่อยๆ เสมอๆ
บาย -ลูบคลำ กลางเว็น -กลางวัน ขะลำ -อัปมงคล คีง ตัว ตน ร่างกาย
ซูซ่อย -ชูช่วย อ่อยห่อย -บริสุทธิ์ หุ้ม คุ้มครอง อุ้ม อ่ง -หยิ่ง ทะนงตัว
ขมอด -ยากเข็ญ แครง -ผ้านุ่ง ส่วย -ล้าง ชำระ เคียน -คาด ผูกมัด
ถืก -ถูก ซุ -ทุก แว่ แวะ เซา หยุด ภาช์ -สำรับอาหาร
พาบ - รวม ร่วมกัน แฮง -มาก ยิ่ง แรง สวาก -พูดใส่ กล่าวต้าน -พูด เจรจา แปดคีง -เปื้อนร่างกาย แวน -ยิ่ง มาก
คว่า -ไขว่คว้า ตื่ม -เติม เลิง -เรื่อยๆ
ปละ -ปล่อยทิ้ง ปากโต -ปากตัวเอง ถิ้ม -ทิ้ง
เมี้ยน รักษา
เป็นการรวบรวมคำผญาภาษิตในท้องถิ่นอีสานจัดรวมเป็นหมวดหมู่ เหมือนกับเรื่องปู่สอนหลานและย่าสอนหลาน แต่เรื่องอินทิญาณสอนลูกสาวนั้นเป็นไปในลักษณะคตินิยม จารีตประเพณี ตลอดจนจริยธรรมอันดีงามของสังคมโบราณในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาประมวลรวมเป็นเรื่องราวต่างๆเหมือนวรรณเรื่องอื่นที่นำเอาชาดกบ้าง ธรรมบทบ้างมาปรับเปลี่ยนตัวละครเพื่อให้สอดคล้องกับอุปนิสัยของคนในภูมิภาคนั้นๆ เช่น เรื่องบัณฑิตหนุ่ม กับชายเจ้าปัญญาชอบบุตรสาวของเศรษฐี ได้แต่งงานกันก็ด้วยกลบาย และมีนิทานหลายเรื่องที่มุ่งสอนให้รู้จักคน โดยดูเพียงผิวเผินไม่ได้ต้องดูกันนานๆ ลักษณะวรรณกรรมเรื่องนี้เน้นให้เห็นการเลือกคบคน การเลือกสามีที่มีความขยัน มีปัญญา และใจกว้างนับถือวงศาคณาญาติ ในขณะเดียวกันก็สอนลูกสาวให้มีจริยธรรมที่ดีงาม ไม่เล่นชู้ ไม่มีความกำหนัดในกามคุณ และประพฤติตนให้อยู่ในระเบียบจารีตประเพณีของบ้านเมือง ส่วนเรื่องอื่นๆก็นำเอาสุภาษิตมาอธิบาย สั่งสอนจริยธรรม คตินิยม ความเชื่อของสังคมโบราณอีสาน ดังนี้คือ
๑) สอนให้รู้จักเลือกสามีที่มีปัญญาดังนี้
เพิ่งเอาผัวให้หาแนวนักปราชญ์นั้นเนอ ใจฉลาดฮู้คลองแท้สั่งสอน
หญิงใดได้ผัวนามนักปราชญ์ เป็นที่กล่าวเว้ายอย่องทั่วแดน
๒) สอนให้รู้จักการปฏิสันถาร
ยามเมื่อวงศาเซื้อทางไกลมาฮอด มักก็ปูสาดไว้จำให้นั่งเทิง
แล้วค่อยเว้าต่างแม่มาดา มันก็ทำกระบวนเหมือนพ่อบ้านใจกว้าง
๓) สอนให้รู้ลักษณะชายดีหรือเลว
ชายใดใจโถงหลิ้นบ่มีหวนหาเมื่อ ผมหมีดเกลี้ยงน้ำมันไล้ลูบเลิง
แล้วเล่าบายเอาเหล้ามากินบ่มีเหือด คำปากร้ายฟู่ฟู่ความเว้าแต่โต
เฮ็ดเวียกให้เพิ่นย่องหาร่วมสาวเห็น กลางคืนเป็นกลางเว็นเที่ยวละเลนอนค้าง
มันก็โวโวเว้าคำจาบ่เห็นแก่ใผนั้น ทำเพศเพียงสกุลเซื้อลูกเสือ
ฝูงนี้นักปราชญ์เขาหลีกหนีเว็นไกล แม่นว่าเซินเซอโสมให้ค่อยเอาใจเว้น
๔) สอนหญิงให้รู้จักคุณค่าของเงิน
ยามใดเข้ามีเงินเต็มถงอย่าฟ้าวอ่ง ยามเมื่อทุกข์ขมอดไร้เงินนั้นจึงค่อยบาย
ชาตที่เป็นสาวนี้แปลงเชิงให้มันคล่อง ผ้าบ่ทันเก่าเกลี้ยงก็อย่าให้ขาดกลาง
เงินหากหมดเสียขวัญยังดอมไถ่ อันว่าผ้าขาดแล้วแครงนั้นหากซิยัง
๕) สอนให้รู้การทำบุญให้ทาน
อันหนึ่งเจ้าลุกแต่เช้าประสงค์แต่งจังหัน ยามเมื่อบายของทานให้ส่วยสีสรงล้าง
ซื่อว่ากินทานนี้ทำตัวให้ประณีต อันว่าผมเกศเกล้าเคียนไว้อย่าให้มาย
ให้ค่อยทำเพียรตุ้มเสมอยุงซุมเหยือ อย่าได้เฮ็ดตู้เตื้อตีนซิ่นไขว่พานั้นเนอ
บาดว่าบาปซอกดั้นใผบ่ห่อนหวนเห็นลูกเอย
๖ สอนให้รู้จักรักนวลสงวนเพราะผู้หญิงเปรียบเหมือนข้าวสาร
อย่าได้ทำการชู้หลายชายมักพาบกันนั้น เป็นดังไซใส่แล้วปลายไม่ถืกลมนั่นแล้ว
อันหนึ่งเป็นดังศาลากว้างทางหลวงหลังใหญ่ ซูคนสู่แวเข้าเซาแล้วก็เล่นหนีลูกเอย
หญิงใดแฮงสงวนสู้ตัณหากามโลก ฝูงหมู่เทพท่อนไท้เห็นแล้วถ่มน้ำลาย
แม่นว่ามีของได้อันใดบ่ประเสริฐ แม่นว่ามีลูกน้อยความไห้บ่เหือดคีง
๗ สอนให้รู้จักฟังธรรมด้วยใจศรัทธาอย่าไม่เล่นหูเล่นตากับชายหนุ่มเดียวบุญไม่ได้เต็มที่
ยามเมื่อมหาเณรน้อยตั้งสูตรมหาชัย ให้เจ้ายอกระพุ่มมือใส่หัวประสงค์น้อม
ผายแผ่บุณโตสร้างสนองคุณพ่อแม่ อย่าได้เห็นแก่เว้าเชิงชู้สวากเสน่ห์
คำปากยังกล่าวต้านเรียกว่าเอาบุญ ใจเล่ายังพาโลกล่าวคำเซิงชู้
บุญบ่มีหวังค้างคาตัวพอถองคีงแล้ว อาบน้ำเจ้าบ่ตั้งต่ออันนั้นใจวอนแวนรีบ
เอาบุญมาคว่าได้บาปร้ายกรรมต้องตื่มเลิง
๘) สอนให้รู้จักทำสังฆทานและเปรียบเทียบไม่ให้หญิงเข้าใกล้ชิดพระดังนี้
อันหนึ่งยามเจ้าบายของไปแจกทานนั้น ใจอย่าคิดโลดเลี้ยวเห็นใกล้แก่สมณ์
อย่าได้อคติด้วยของทานเสมอภาคกันเนอ อย่าได้เห็นแก่สังฆะเจ้าคีงเลื่อมจึงค่อยทาน
อันหนึ่งอย่าได้เข้านั่งไกล้เคี้ยวหมากนานลุก ชาติที่แนวมหาเถรดั่งกุญชโรย้อย
เพิ่นหากลือซาช้างพลายสีดอตัวอาจ ใผอยู่ลอนนั่งใกล้งาช้างซิเสียบแทงแล้ว
อันหนึ่งอย่าได้ซำเซียแวมหาเถรยามค่ำ บ่แม่นแนวลูกช้างคุมคล้องบาปซิกิน
๙) สอนให้รู้จักเก็บสิ่งของให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
อันหนึ่งยามใดเจ้าอยู่ห้องหนแห่งเฮือนตน ให้ซ่างแปลงกระบวนให้สมสิ่งเฮือซ้าวค้า
อย่าได้แปลงกระบวนให้สมคือเฮือซ่วง ฝูงอยู่ใกล้เห็นพื้นเพิ่นซิซังเจ้าแล้ว
๑๐) สอนในเชิงอุปมายกเอาลักษณะต่างของสัตว์มาสอนดังนี้คือ
๑๐.๑) อันหนึ่งยามเมื่อวาจาต้านให้พอหูหอมม่วน
อย่าได้ไขปากต้านแฮงพ้นเพิ่นหลายพ่อท้อน
อันหนึ่งอย่าได้ทำตนเพี้ยงหัวเพียงอ้ายอึ่ง
มันหากเหลือแต่ฮ้องตายย้อยปากโต นั้นแล้ว
๑๐.๒) อันหนึ่งอย่าได้เทียมผู้ใบ้เป็นห่านหัวเขียวนั้นเนอ
มันก็ไลลาปละไข่กลมกลางบ้าน
มันก็ไลลาถิ้มเสียใจดอมเพื่อน
ลูกแตกออกจากท้องมันเลี้ยงบ่เป็น
๑๐.๓) เป็นหญิงนี้ทำเนียมนำไก่
มันซ่างฟักป้องปองเลี้ยงให้ใหญ่สูง
ซื่อว่าเป็นคนให้ทำเนียมนำเต่า
มันหากเมี้ยนไข่ไว้ดีแล้วจึ่งค่อยไป
ให้ค่อยทำเพียรตุ้มเสมอยูง ซุ่มเหยื่อ
อย่าได้เฮ็ดตู้เตื้อตีนซิ่น ไขว่ภาช์นั้นเนอ
อันหนึ่งเป็นคนให้ลักขณานามปลวก
หากซ่างอยู่หางซ่างอ้นคูณขึ้นใหญ่สูง
ความหมายคำศัพท์
ฮอด –ถึง เทิง -บน ข้างบน วาด -ท่าทาง ชั้นเชิง เวียก -การงาน งาน
โถง -นักเลง หลิ้น - เล่น หมีด -ดำสนิท เลิง -เรื่อยๆ เสมอๆ
บาย -ลูบคลำ กลางเว็น -กลางวัน ขะลำ -อัปมงคล คีง ตัว ตน ร่างกาย
ซูซ่อย -ชูช่วย อ่อยห่อย -บริสุทธิ์ หุ้ม คุ้มครอง อุ้ม อ่ง -หยิ่ง ทะนงตัว
ขมอด -ยากเข็ญ แครง -ผ้านุ่ง ส่วย -ล้าง ชำระ เคียน -คาด ผูกมัด
ถืก -ถูก ซุ -ทุก แว่ แวะ เซา หยุด ภาช์ -สำรับอาหาร
พาบ - รวม ร่วมกัน แฮง -มาก ยิ่ง แรง สวาก -พูดใส่ กล่าวต้าน -พูด เจรจา แปดคีง -เปื้อนร่างกาย แวน -ยิ่ง มาก
คว่า -ไขว่คว้า ตื่ม -เติม เลิง -เรื่อยๆ
ปละ -ปล่อยทิ้ง ปากโต -ปากตัวเอง ถิ้ม -ทิ้ง
เมี้ยน รักษา
ກາບປຸສອນຫຼານ
๕. กาพย์ปู่สอนหลาน
เนื้อเรื่องย่อ
เป็นลักษณะการรวบรวมสุภาษิตที่มีอยู่เท่าที่จะหาได้มาร้อยกรองให้เป็นหมวดหมู่โดยสมมุติว่าเป็นคำสอนของปุ่ที่สอนหลานเมื่อหลานเริ่มเจริญวัยแล้ว ในตอนท้ายเรื่องได้ยกอุทาหรณ์เรื่องเมียน้อยกับเมียหลวงมาประกอบเพื่อชี้ให้เห็นถึงการจองเวรกัน(นำมาจากธรรมบทภาคที่ ๑ เรื่องกาลียักษิณี) ในตอนเริ่มเรื่องนั้นกวีได้กล่าวถึงผู้ประพันธ์ไว้ด้วยคือพระพุทธโฆษาจารย์(เป็นพระเถระอยู่เมืองล้านช้าง แต่งในปีมะเส็ง พ.ศ.๑๒๖๗)และบอกว่าเค้าเรื่องเรื่องนำมาจากคัมภีร์ “ฑีฆนิกาย” ดังนี้คือ
พุทธโฆษาจารย์นักปราชญ์ ฉลาดเห็นในครองหม่นหมองภายหน้า
จึงกล่าวกาบกล้าไว้ท่าสอนหลาน นิทานบ้านนอกต้านบอกคัมภีร์
ฑีฆนิกายบอกหลานิเทศ ในเขตสงสารฝูงลูกหลานจื่อจำเอาไว้96
จากการศึกษาเรื่องปู่สอนหลานนี้ได้พบว่า กวีได้รวบรวมคำผญาภาษิตที่มีอยู่ในท้องถิ่นแล้วนำมาร้อยกรองเป็นเรื่องราว ฉะนั้นคำสอนจึงเน้นไปในระบบศีลธรรม และสอนครอบคลุมไปหมด อาทิเช่น ความประพฤติ การคบคน การครองเรือน การพูดจา และโทษของการจองเวรกัน ดังนี้คือ
๕.๑) สอนการเลือกคู่และการครองเรือน
ได้เมียผู้ดีเหมือนสบไถขาง เมียเป็นนางผัวนุ่งผ้าใหม่
นาแฮ่งใหญ่กล้าซ้ำแฮ่งเหลือ ได้เมียบ่ดีเหมือนสบไถ่เหล็ก
เมียปากเก็กเก็กผัวนุ่งผ้าพร้อย นาแฮ่งน้อยกล้าซ้ำบ่พอ97
๕.๒) สอนให้เรียกและเคารพบุคคลต่างๆ
พบบาดหล้าแม่นคนญิงสาว โฉมพอพราวเพียงโตเอิ้นน้อง
อยู่ในห้องแต่พอประมาณ ให้หลานเอิ้นแม่เถ้าหัวนาย
พบคนชายหัวขาวหัวหงอก ปู่บอกไว้ให้เอิ้นหัวตา
พบพระยาให้ว่าจอมเจ้า98
๕.๓) สอนให้ตั้งอยู่ในศีลธรรม
ตั้งเที่ยงไว้มีศีลสี่ตัว บ่ฆ่าสัตว์มากินกับเข้า
ของมีเจ้าบ่ได้ข่มเหง เมียของเขาบ่ได้จับต้อง
บ่เกี่ยวข้องคำล่ายตั๋วพราง ศีลสี่ตัวอันนี้เป็นเค้า
ปู่สิเว้าชักออกในธรรม ให้ลูกหลานจื่อไว้ในอก99
๕.๔) สอนลูกหลานให้ไหว้พระก่อนนอน
เข้าไปนอนให้ยอมือนบ จบเพทว่าพุทธังธัมมัง
สังฆังนั้นแม่นแก้วทั้งสาม ผู้เพิ่นงามอินทร์พรหมอยู่ฟ้า
๕.๕) สอนลูกหลานให้รู้จักการให้ทานดังนี้
เฮียนลุกเช้านึ่งข้าวใส่บาตร บูชาอาจหาแก้วทั้งสาม
ในอาฮามสถานพระเจ้า ในเค้าไม้ต้นใหญ่โพศรี
ในเจดีย์พระธาตุแก้วกู่ ในบ่อนอยู่เทิงหัวโตนอน
ลางเทื่อหลอนพ้อคนทุกข์ไฮ้ เพิ่นขอได้เจ้าให้ทานไป
ตามนิสัยของโตมีน้อย บาดสุดส้อยแม่นสามเณร
มหาเถรเถราตนใหญ่ หมูกาไก่เป็นกาเป็นเค้า
ให้ทานเข้าประเสริฐหนักหนา100
๕.๖) สอนในเรื่องการพึ่งพาอาศัยกันเช่น
อยู่นำกันมีคุณพันสิ่ง คุณหนึ่งนั้นข้วมน้ำพายเรือ
คุนหนึ่งนั้นเห็นเสือเอิ้นบอก คุณหนึ่งนั้นควายคอกเข้านา
คุณหนึ่งนั้นวาจาถามเหตุ คุณหนึ่งนั้นจบเพทครูบา
คุณหนึ่งนั้นราชายศใหญ่ คุณหนึ่งนั้นได้ไต่หนทาง
คุณหนึ่งนั้นได้วางของฝาก คุณหนึ่งนั้นได้ฝากยืมของ101
๕.๗) สอนในเรื่องการพูดจา
เว้าแหกบ้านมันบ่มีเรื่อง เว้าแหกเมืองมันจักสูญเศร้า
ถึงศาลาอย่าจาเมียท่าน ความฮู้น้อยอย่าผ่านคองเมือง
เงินเต็มถงอย่าได้อวดอ้าง ผู้เพิ่นกว้างมีมากกว่าโต
ใจโมโหพาโลมักมาก ปากไปก่อนมันฮู้เป็นกรรม
บ่เฮ็ดนำมันฮู้เป็นบาป บ่ราบพาบเมื่อหน้าเมื่อหลัง
เพิ่นซังโตมันเที่ยไปเว้า บ้านสูญเศร้ามีเฒ่าหลายคน102
เนื้อเรื่องย่อ
เป็นลักษณะการรวบรวมสุภาษิตที่มีอยู่เท่าที่จะหาได้มาร้อยกรองให้เป็นหมวดหมู่โดยสมมุติว่าเป็นคำสอนของปุ่ที่สอนหลานเมื่อหลานเริ่มเจริญวัยแล้ว ในตอนท้ายเรื่องได้ยกอุทาหรณ์เรื่องเมียน้อยกับเมียหลวงมาประกอบเพื่อชี้ให้เห็นถึงการจองเวรกัน(นำมาจากธรรมบทภาคที่ ๑ เรื่องกาลียักษิณี) ในตอนเริ่มเรื่องนั้นกวีได้กล่าวถึงผู้ประพันธ์ไว้ด้วยคือพระพุทธโฆษาจารย์(เป็นพระเถระอยู่เมืองล้านช้าง แต่งในปีมะเส็ง พ.ศ.๑๒๖๗)และบอกว่าเค้าเรื่องเรื่องนำมาจากคัมภีร์ “ฑีฆนิกาย” ดังนี้คือ
พุทธโฆษาจารย์นักปราชญ์ ฉลาดเห็นในครองหม่นหมองภายหน้า
จึงกล่าวกาบกล้าไว้ท่าสอนหลาน นิทานบ้านนอกต้านบอกคัมภีร์
ฑีฆนิกายบอกหลานิเทศ ในเขตสงสารฝูงลูกหลานจื่อจำเอาไว้96
จากการศึกษาเรื่องปู่สอนหลานนี้ได้พบว่า กวีได้รวบรวมคำผญาภาษิตที่มีอยู่ในท้องถิ่นแล้วนำมาร้อยกรองเป็นเรื่องราว ฉะนั้นคำสอนจึงเน้นไปในระบบศีลธรรม และสอนครอบคลุมไปหมด อาทิเช่น ความประพฤติ การคบคน การครองเรือน การพูดจา และโทษของการจองเวรกัน ดังนี้คือ
๕.๑) สอนการเลือกคู่และการครองเรือน
ได้เมียผู้ดีเหมือนสบไถขาง เมียเป็นนางผัวนุ่งผ้าใหม่
นาแฮ่งใหญ่กล้าซ้ำแฮ่งเหลือ ได้เมียบ่ดีเหมือนสบไถ่เหล็ก
เมียปากเก็กเก็กผัวนุ่งผ้าพร้อย นาแฮ่งน้อยกล้าซ้ำบ่พอ97
๕.๒) สอนให้เรียกและเคารพบุคคลต่างๆ
พบบาดหล้าแม่นคนญิงสาว โฉมพอพราวเพียงโตเอิ้นน้อง
อยู่ในห้องแต่พอประมาณ ให้หลานเอิ้นแม่เถ้าหัวนาย
พบคนชายหัวขาวหัวหงอก ปู่บอกไว้ให้เอิ้นหัวตา
พบพระยาให้ว่าจอมเจ้า98
๕.๓) สอนให้ตั้งอยู่ในศีลธรรม
ตั้งเที่ยงไว้มีศีลสี่ตัว บ่ฆ่าสัตว์มากินกับเข้า
ของมีเจ้าบ่ได้ข่มเหง เมียของเขาบ่ได้จับต้อง
บ่เกี่ยวข้องคำล่ายตั๋วพราง ศีลสี่ตัวอันนี้เป็นเค้า
ปู่สิเว้าชักออกในธรรม ให้ลูกหลานจื่อไว้ในอก99
๕.๔) สอนลูกหลานให้ไหว้พระก่อนนอน
เข้าไปนอนให้ยอมือนบ จบเพทว่าพุทธังธัมมัง
สังฆังนั้นแม่นแก้วทั้งสาม ผู้เพิ่นงามอินทร์พรหมอยู่ฟ้า
๕.๕) สอนลูกหลานให้รู้จักการให้ทานดังนี้
เฮียนลุกเช้านึ่งข้าวใส่บาตร บูชาอาจหาแก้วทั้งสาม
ในอาฮามสถานพระเจ้า ในเค้าไม้ต้นใหญ่โพศรี
ในเจดีย์พระธาตุแก้วกู่ ในบ่อนอยู่เทิงหัวโตนอน
ลางเทื่อหลอนพ้อคนทุกข์ไฮ้ เพิ่นขอได้เจ้าให้ทานไป
ตามนิสัยของโตมีน้อย บาดสุดส้อยแม่นสามเณร
มหาเถรเถราตนใหญ่ หมูกาไก่เป็นกาเป็นเค้า
ให้ทานเข้าประเสริฐหนักหนา100
๕.๖) สอนในเรื่องการพึ่งพาอาศัยกันเช่น
อยู่นำกันมีคุณพันสิ่ง คุณหนึ่งนั้นข้วมน้ำพายเรือ
คุนหนึ่งนั้นเห็นเสือเอิ้นบอก คุณหนึ่งนั้นควายคอกเข้านา
คุณหนึ่งนั้นวาจาถามเหตุ คุณหนึ่งนั้นจบเพทครูบา
คุณหนึ่งนั้นราชายศใหญ่ คุณหนึ่งนั้นได้ไต่หนทาง
คุณหนึ่งนั้นได้วางของฝาก คุณหนึ่งนั้นได้ฝากยืมของ101
๕.๗) สอนในเรื่องการพูดจา
เว้าแหกบ้านมันบ่มีเรื่อง เว้าแหกเมืองมันจักสูญเศร้า
ถึงศาลาอย่าจาเมียท่าน ความฮู้น้อยอย่าผ่านคองเมือง
เงินเต็มถงอย่าได้อวดอ้าง ผู้เพิ่นกว้างมีมากกว่าโต
ใจโมโหพาโลมักมาก ปากไปก่อนมันฮู้เป็นกรรม
บ่เฮ็ดนำมันฮู้เป็นบาป บ่ราบพาบเมื่อหน้าเมื่อหลัง
เพิ่นซังโตมันเที่ยไปเว้า บ้านสูญเศร้ามีเฒ่าหลายคน102
ກຳພ້າຄຳສອນ
(ເນື້ອເຣື່ອງຫຍໍ້)
- ທ້າວຄຳສອນເປັນກຳພ້າ ອາໄສຢູ່ກັບມະຫາເຖຣະ ເມື່ອຈະເຣີນໄວພຣະມະຫາເຖຣະ ຈຶ່ງສອນວິທີການເລີກຄູ່ຄອງ ເຊິ່ງທ່ານໄດ້ ອັດຖະທິບາຍ, ເຖິງລັກສະນະຍິງປະເພດຕ່າງໆ ທ້າວຄຳສອນກໍລາພຣະມະຫາເຖຣະ ໄປຫາຍິງລັກສະນະດີເປັນຄູ່ຄອງ ໃນທີ່ສຸດກໍພົບກັບ ນາງປັງຄຳ ເປັນຄົນຈົນຢູ່ກະຕູບນ້ອຍ ດ້ວຍລັກສະນະຖືກໂສຼກຂອງຍິງທີ່ເປັນເມັຍແກ້ວ ທ້າວຄສອນກ້ຽວພາຣາສີ ເຊິ່ງຕອນນີ້ກະວີທ່ານໄດ້ ນຳເອົາ ຜຍາກ້ຽວໃສ່ເຂົ້າໄປ ເຊິ່ງເປັນທີ່ກີນໃຈຂອງຊາວໜຸ່ມຍິງສາວ ນຳມາເປັນຜຍາກ້ຽວກັນ ສົນທະນາກັນຢູ່ເນື່ອງໆ.
- ສະນັ້ນ, ຖ້າຣວມສຳນວນຜຍາ ທີ່່ໜຸ່ມສາວຈ່າຍກັນ ກໍເປັນໜ້າຈະເປັນສຳນວນທີ່ຈຳມາຈາກເຣື່ອງທ້າວຄຳສອນເປັນສ່ວນໃຫຍ່ ຄຳນິຍົມໃນການເລືອກຄູ່ຂອງຊາວລາວບູຮານ (ຣວມເຊື້ອຊາດລາວທັງມວນ) ບໍ່ເນັ້ນເຣື່ອງສາວຍງາມຂອງຮ່າງກາຍເປັນຫຼັກ ຫາກແຕ່ວ່າເນັ້ນເຖິງລັກສະນະຂອງສະຕຣີທີ່ດີເປັນສີຣິມຸງຄຸລ ເຖິງແມ່ນວ່າຈະງາມບໍ່ງາມກໍຕາມ ແຕ່ເນັ້ນເຖິງຍິງທີ່ມີໃຈບຸນສຸນທານ ຫາກວ່າ ຍິ່ງນັ້ນງາມພ້ອມດ້ວຍລັກສະນະທີ່ເປັນເມັຍແກ້ວ ກໍຍິ່ງເປັນບຸນວາສນາຂອງຜູ້ນັ້ນ.
- ດັ່ງນັ້ນ, ວັນນະກັມເຣື່ອງທ້າວຄຳສອນ ນີ້ຊີ້ໃຫ້ເຫັນເຖິງລັກສະນະນິໄສ ຂອງການເລືອກຄູ່ຂອງຊາວລາວ ຄືເປັນເມັຍແກ້ວເມັຍຂວັນ ແລະ ຄວນເປັນຍິງທີ່ນຳໂຊກມາໃຫ້ສາມີ ແລະຄອບຄົວ ໃຈບຸນ ຊື່ສັດຕໍ່ສາມີ ແລະເປັນແມ່ສຣີເຮືອນເຮືອນນັ້ນເອງ ແຕ່ວັນນະກັມເຣື່ອງນີ້ເປັນພຽງຄວາມພະຍາຍາມ ທີ່ຈະກຳນົດຮູບແບບຜູ້ຍິງ ທີ່ດີ ແລະບໍ່ດີເອົາໄວ້ ເພື່ອເປັນແນວທາງຂອງການເລືອກ ຄູ່ຄອງອີກວິທີໜຶ່ງເທົ່ານັ້ຍນ ເຊິ່ງບໍ່ແນ່ວ່າຈະເປັນຈິງຢ່າງນັ້ນສະເໝີໄປ ຄືຈະເປັນຄຸຄອງຈິງ ອາດຈະບໍ່ມີລັກສະນະກົງກັບພຣະມະຫາເຖນສັ່ງ ສອນເອົາໄວ້ກໍໄດ້ ດັ່ງຕອນສຸດທ້າຍຂອງເຮື່ອງກ່າວໄວ້ດັ່ງນີ້:
- ຄຳສອນທ້າວ ຟັງຄຳສອນນາງເວົ້າມ່ວນ ຖືກໂສຼກແທ້ ນາງແກ້ວຕອບຂານ, ນາງນັ້ນຊື່ວ່ານາງປັງຄຳເຈົ້າ ສອນຕ້ານກ່າວ ນາງດວົ້າຈ້ອຍໆ ຄຳສອນທ້າວນັ່ງຟັງ ທ້າວກໍມັກຈິງແທ້ ປະສົງແຕ່ງເປັນເມັຍ, ຖືກໂສຼກມະຫາເຖນ ຍອກຍິງແປງສ້າງ ຊື່ວ່າເປັນນາງແກ້ວ ຄຽງສອງສະເໝີແວ່ນ, ມະຫາເຖນແຕ່ງໃຫ້ເຫັນແລ້ວຖືກກະໃຈ, ຖືກລັກສະນະແທ້ທັງໂສ5ກກຍິງດີ ບໍ່ໄດ້ມີທາງຕິເຍື່ອງປະມານພໍນ້ອຍ. ເປັນເພາະສາຍມິ່ງແກ້ວ ປາງກ່ອນສາຍແນນ, ບຸບພະກັມປາງຫຼັງຈ່ອງດຶງໃຫ້ມພໍ້ ຜົວເປັນເທວະບຸດແທ້ສະແຫວງຫາເມັຍມິ່ງ, ເມັຍເປັນ ເທວະດາໃຫ້ພໍ້ ບຸນກວ້າງສົ່ງສະໜອງ, ແນນມິ່ງນັ້ນ ຄືດັ່ງວາດສະໜາ ນັ້ນແລ້ວ, ຊາດກ່ອນ ເຄີຍຮ່ວມຜົວເມັຍ ແສນຊິໄປຄົນທາງ ເກີດກັນຄົນກໍ້າ ແມ່ນຊິປາດຖະໜາເວັ້ນ ກໍຍັງນໍາຮຽງຮ່ວມກັນດາຍ ໜີບໍ່ມົ້ມເວນກ້ຽວຊາດລຸນ, ແນມທໍ່ ສອງປະສົງເວັ້ນ ພາຍລຸນຈຶ່ງຈຳຈາກ ພິວ່າຜົວບໍ່ເວັ້ນໃຈຂ້ອງຕໍ່ເມັຍ ຈະໄດ້ກັນທ່ຽງແທ້ ບໍ່ເຫີນຫ່າງສາຍແນນ.
- ຖ້າເຮົາເບິ່ງຕາມ ບົດກອນທີ່ຍົກໄວ້ເທິງນັ້ນ ຈະເຫັນໄດ້ວ່າ ຄົນທີ່ເປັນຜົວເມັຍກັນນັ້ນ ຍ່ອມີວາສະໜາຕໍ່ກັນ ແລະເປັນສາຍມິ່ງ ສາຍແນນ ຕໍ່ກັນ ຫາກຄາດທີ່ເປັນຜົວເມັຍກັນແລ້ວ ຈະດີຈະຮ້າຍກໍເປັນເພາະສາຍມິ່ງສາຍແນນ ແຕ່ມັນກໍກົງກັບຄຳຂອງສາສນາ ທີ່ພຣະອົງຊົງໄດ້ຕັດ ເທດໄວ້ ຄືເມັຍ 7 ຈຳພວກ ຫາກຄາດເປັນຂອງເຮົາ ຊົ່ວກະຈຳຍອມ ດີກໍຍິນດີ.
- ລັກສະນະຂອງຍິ່ງ ທີ່ເປັນສີຣິມູງຄຸນແກ່ສາມີ ແລະຄອບຕົວ ເຊິ່ງຄວນທີ່ຈະເລືອກມາເປັນຄູ່ຄອງມີລັກສະນະ 7 ປະການ ຄື ເມື່ອແຕ່ງານກັນ ແລ້ວຈະເປັນສີຣິມຸງຄຸນແກ່ສາມີ ແລະຄອບຄົວ ທຳມາຫາກິນຂຶ້ນເກີນ ຮັ່ງມີລ້ໍາລວຍ ດັ່ງນີ້.
1) ຍິງໃດແອ້ແລ້ທ້ອງ ປູມຫຼວງອຸ້ມບາດ
ຍິງນັ້ນລອນທໍ່ເປັນຮູບຮ່້າຍບຸນເຈົ້າຫາກມີ ແທ້ດາຍ.
ຊາຍໃດໄດ້ເຂົາຢູ່ຊ້ອນສຸກຮ່ວມບໍຣົມ
ສົມບັດໃນເຮືອນມີ ພໍ່າເພັງເຕັມຢ້າວ ຫັ້ນແລ້ວ.
2) ຍິງໃດຄໍກົມປ້ອງ ປາຍຫາງຕາແດງຈັກໜ່ອຍ
ເມື່ອນາງຍົກຍ່າງຍ້າຍ ພໍດ້າມເກິ່ງສະເໝີ
ແມ່ນວ່າທ້າວເຂົ້າໄດຢູ່ຊ້ອນ ຮຽງຮ່ວມເປັນເມັຍ ເມື່ອໃດ
ຢູ່ທ່າງທຣົງຄວາມສຸກ ນັ່ງປອງເປັນເຈົ້າ.
3) ຍິງໃດມີປານດຳຂຶ້ນ ຈັບກົງກົກຂາດູຫຼາກ
ຍິງນັ້ນໃຜຜູ້ໃດກ້າວກ່າວຕ້ານ ໂອມໄດ້ໂຊກມີແທ້ແລ້ວ.
4) ຍິງໃດໂປ້ແຂ່ງນ້ອຍ ຄິ້ວຄ່ອງກວາມຕາ
ຫົວນົມເປັນປານດຳ ກໍຫາກມີບຸນແທ້
ໃຜຜູ້ໂອມເອົາໄດ້ ເປັນເມັຍໂຊກຂະໜາດ ແທ້ດາຍ
ມັນຫາດູປະເສີດແທ້ ເມືອໜ້າບໍ່ຂວາງ ແທ້ແລ້ວ.
5. ຍິງໃດຂີ້ແມງວັນຈັບສົບເບື້ອງຊ້າຍ ສົມບັດມັ່ງບຸນມີ ທ້າວເອີຍ
ໃຜຫາກໂອມເອົາໄດ້ ເປັນເມັຍຫາກດູຍິ່ງຈິງດາຍ
6. ຍິງໃດປາຍຫູຫ້ວຍ ຢຸດປາຍພົດສະໜ່ອຍ
ຍິງນັ້ນ ເປັນແມ່ຄ້າຍັງຊິໄດ້ມັ່ງມີເຈົ້າເອີຍ.
ຍັງໄດ້ຜົມດຳເຫຼື້ອມຫາງນົກຍູງສະເໝີພາກ ກັນນັ້ນ
ຊາຍໃດເຂົ້າຢູ່ຊ້ອນ ຈັກເປັນເຈົ້າເສດຖີ.
7. ຍິງໃດສຽງປາກຕ້ານຫວານຫູເວົ້າມ່ວນ
ຕາເຊີດຊ້າຍ ຄໍປ້ອງຮູບງາມ
ເກສາຜົມຍາວ ໄກ້ວາປາຍຄືບໜຶ່ງ
ຍິງນັ້ນຄວນຄ່າລ້ານ ຄຳມ່ວນຊອບທັມ ແທ້ດາຍ.
ແຕ່ໃນໜັງສືທ້າວຄຳສອນ ນັ້ນມີການກ່າວເຖິງລັກສະນະຍິງ ດີບໍ່ດີ ໄວ້ຫຼາຍເຖິງ32 ປະການ, ການທີ່ມະຫາເຖນໄດ້ບອກສອນໄວ້ນັ້ນອາດ ມີເຄົ້າໂຄງມາຈາກພຸດທະພົດທີ່ເວົ້່າເຖິງລັກສະນະເມັຍ 7 ປະການ ແຕ່ການທີ່ກ່າວໄວ້ຫຼາຍເຖິງ 32 ບາງສະບັບມີຮອດ 46 ຂໍ້ນັ້ນອາດເປັນການຂະຫຍາຍຄວາມເພີ່ມຕື່ມນັ້ນເອງ.
- ທ້າວຄຳສອນເປັນກຳພ້າ ອາໄສຢູ່ກັບມະຫາເຖຣະ ເມື່ອຈະເຣີນໄວພຣະມະຫາເຖຣະ ຈຶ່ງສອນວິທີການເລີກຄູ່ຄອງ ເຊິ່ງທ່ານໄດ້ ອັດຖະທິບາຍ, ເຖິງລັກສະນະຍິງປະເພດຕ່າງໆ ທ້າວຄຳສອນກໍລາພຣະມະຫາເຖຣະ ໄປຫາຍິງລັກສະນະດີເປັນຄູ່ຄອງ ໃນທີ່ສຸດກໍພົບກັບ ນາງປັງຄຳ ເປັນຄົນຈົນຢູ່ກະຕູບນ້ອຍ ດ້ວຍລັກສະນະຖືກໂສຼກຂອງຍິງທີ່ເປັນເມັຍແກ້ວ ທ້າວຄສອນກ້ຽວພາຣາສີ ເຊິ່ງຕອນນີ້ກະວີທ່ານໄດ້ ນຳເອົາ ຜຍາກ້ຽວໃສ່ເຂົ້າໄປ ເຊິ່ງເປັນທີ່ກີນໃຈຂອງຊາວໜຸ່ມຍິງສາວ ນຳມາເປັນຜຍາກ້ຽວກັນ ສົນທະນາກັນຢູ່ເນື່ອງໆ.
- ສະນັ້ນ, ຖ້າຣວມສຳນວນຜຍາ ທີ່່ໜຸ່ມສາວຈ່າຍກັນ ກໍເປັນໜ້າຈະເປັນສຳນວນທີ່ຈຳມາຈາກເຣື່ອງທ້າວຄຳສອນເປັນສ່ວນໃຫຍ່ ຄຳນິຍົມໃນການເລືອກຄູ່ຂອງຊາວລາວບູຮານ (ຣວມເຊື້ອຊາດລາວທັງມວນ) ບໍ່ເນັ້ນເຣື່ອງສາວຍງາມຂອງຮ່າງກາຍເປັນຫຼັກ ຫາກແຕ່ວ່າເນັ້ນເຖິງລັກສະນະຂອງສະຕຣີທີ່ດີເປັນສີຣິມຸງຄຸລ ເຖິງແມ່ນວ່າຈະງາມບໍ່ງາມກໍຕາມ ແຕ່ເນັ້ນເຖິງຍິງທີ່ມີໃຈບຸນສຸນທານ ຫາກວ່າ ຍິ່ງນັ້ນງາມພ້ອມດ້ວຍລັກສະນະທີ່ເປັນເມັຍແກ້ວ ກໍຍິ່ງເປັນບຸນວາສນາຂອງຜູ້ນັ້ນ.
- ດັ່ງນັ້ນ, ວັນນະກັມເຣື່ອງທ້າວຄຳສອນ ນີ້ຊີ້ໃຫ້ເຫັນເຖິງລັກສະນະນິໄສ ຂອງການເລືອກຄູ່ຂອງຊາວລາວ ຄືເປັນເມັຍແກ້ວເມັຍຂວັນ ແລະ ຄວນເປັນຍິງທີ່ນຳໂຊກມາໃຫ້ສາມີ ແລະຄອບຄົວ ໃຈບຸນ ຊື່ສັດຕໍ່ສາມີ ແລະເປັນແມ່ສຣີເຮືອນເຮືອນນັ້ນເອງ ແຕ່ວັນນະກັມເຣື່ອງນີ້ເປັນພຽງຄວາມພະຍາຍາມ ທີ່ຈະກຳນົດຮູບແບບຜູ້ຍິງ ທີ່ດີ ແລະບໍ່ດີເອົາໄວ້ ເພື່ອເປັນແນວທາງຂອງການເລືອກ ຄູ່ຄອງອີກວິທີໜຶ່ງເທົ່ານັ້ຍນ ເຊິ່ງບໍ່ແນ່ວ່າຈະເປັນຈິງຢ່າງນັ້ນສະເໝີໄປ ຄືຈະເປັນຄຸຄອງຈິງ ອາດຈະບໍ່ມີລັກສະນະກົງກັບພຣະມະຫາເຖນສັ່ງ ສອນເອົາໄວ້ກໍໄດ້ ດັ່ງຕອນສຸດທ້າຍຂອງເຮື່ອງກ່າວໄວ້ດັ່ງນີ້:
- ຄຳສອນທ້າວ ຟັງຄຳສອນນາງເວົ້າມ່ວນ ຖືກໂສຼກແທ້ ນາງແກ້ວຕອບຂານ, ນາງນັ້ນຊື່ວ່ານາງປັງຄຳເຈົ້າ ສອນຕ້ານກ່າວ ນາງດວົ້າຈ້ອຍໆ ຄຳສອນທ້າວນັ່ງຟັງ ທ້າວກໍມັກຈິງແທ້ ປະສົງແຕ່ງເປັນເມັຍ, ຖືກໂສຼກມະຫາເຖນ ຍອກຍິງແປງສ້າງ ຊື່ວ່າເປັນນາງແກ້ວ ຄຽງສອງສະເໝີແວ່ນ, ມະຫາເຖນແຕ່ງໃຫ້ເຫັນແລ້ວຖືກກະໃຈ, ຖືກລັກສະນະແທ້ທັງໂສ5ກກຍິງດີ ບໍ່ໄດ້ມີທາງຕິເຍື່ອງປະມານພໍນ້ອຍ. ເປັນເພາະສາຍມິ່ງແກ້ວ ປາງກ່ອນສາຍແນນ, ບຸບພະກັມປາງຫຼັງຈ່ອງດຶງໃຫ້ມພໍ້ ຜົວເປັນເທວະບຸດແທ້ສະແຫວງຫາເມັຍມິ່ງ, ເມັຍເປັນ ເທວະດາໃຫ້ພໍ້ ບຸນກວ້າງສົ່ງສະໜອງ, ແນນມິ່ງນັ້ນ ຄືດັ່ງວາດສະໜາ ນັ້ນແລ້ວ, ຊາດກ່ອນ ເຄີຍຮ່ວມຜົວເມັຍ ແສນຊິໄປຄົນທາງ ເກີດກັນຄົນກໍ້າ ແມ່ນຊິປາດຖະໜາເວັ້ນ ກໍຍັງນໍາຮຽງຮ່ວມກັນດາຍ ໜີບໍ່ມົ້ມເວນກ້ຽວຊາດລຸນ, ແນມທໍ່ ສອງປະສົງເວັ້ນ ພາຍລຸນຈຶ່ງຈຳຈາກ ພິວ່າຜົວບໍ່ເວັ້ນໃຈຂ້ອງຕໍ່ເມັຍ ຈະໄດ້ກັນທ່ຽງແທ້ ບໍ່ເຫີນຫ່າງສາຍແນນ.
- ຖ້າເຮົາເບິ່ງຕາມ ບົດກອນທີ່ຍົກໄວ້ເທິງນັ້ນ ຈະເຫັນໄດ້ວ່າ ຄົນທີ່ເປັນຜົວເມັຍກັນນັ້ນ ຍ່ອມີວາສະໜາຕໍ່ກັນ ແລະເປັນສາຍມິ່ງ ສາຍແນນ ຕໍ່ກັນ ຫາກຄາດທີ່ເປັນຜົວເມັຍກັນແລ້ວ ຈະດີຈະຮ້າຍກໍເປັນເພາະສາຍມິ່ງສາຍແນນ ແຕ່ມັນກໍກົງກັບຄຳຂອງສາສນາ ທີ່ພຣະອົງຊົງໄດ້ຕັດ ເທດໄວ້ ຄືເມັຍ 7 ຈຳພວກ ຫາກຄາດເປັນຂອງເຮົາ ຊົ່ວກະຈຳຍອມ ດີກໍຍິນດີ.
- ລັກສະນະຂອງຍິ່ງ ທີ່ເປັນສີຣິມູງຄຸນແກ່ສາມີ ແລະຄອບຕົວ ເຊິ່ງຄວນທີ່ຈະເລືອກມາເປັນຄູ່ຄອງມີລັກສະນະ 7 ປະການ ຄື ເມື່ອແຕ່ງານກັນ ແລ້ວຈະເປັນສີຣິມຸງຄຸນແກ່ສາມີ ແລະຄອບຄົວ ທຳມາຫາກິນຂຶ້ນເກີນ ຮັ່ງມີລ້ໍາລວຍ ດັ່ງນີ້.
1) ຍິງໃດແອ້ແລ້ທ້ອງ ປູມຫຼວງອຸ້ມບາດ
ຍິງນັ້ນລອນທໍ່ເປັນຮູບຮ່້າຍບຸນເຈົ້າຫາກມີ ແທ້ດາຍ.
ຊາຍໃດໄດ້ເຂົາຢູ່ຊ້ອນສຸກຮ່ວມບໍຣົມ
ສົມບັດໃນເຮືອນມີ ພໍ່າເພັງເຕັມຢ້າວ ຫັ້ນແລ້ວ.
2) ຍິງໃດຄໍກົມປ້ອງ ປາຍຫາງຕາແດງຈັກໜ່ອຍ
ເມື່ອນາງຍົກຍ່າງຍ້າຍ ພໍດ້າມເກິ່ງສະເໝີ
ແມ່ນວ່າທ້າວເຂົ້າໄດຢູ່ຊ້ອນ ຮຽງຮ່ວມເປັນເມັຍ ເມື່ອໃດ
ຢູ່ທ່າງທຣົງຄວາມສຸກ ນັ່ງປອງເປັນເຈົ້າ.
3) ຍິງໃດມີປານດຳຂຶ້ນ ຈັບກົງກົກຂາດູຫຼາກ
ຍິງນັ້ນໃຜຜູ້ໃດກ້າວກ່າວຕ້ານ ໂອມໄດ້ໂຊກມີແທ້ແລ້ວ.
4) ຍິງໃດໂປ້ແຂ່ງນ້ອຍ ຄິ້ວຄ່ອງກວາມຕາ
ຫົວນົມເປັນປານດຳ ກໍຫາກມີບຸນແທ້
ໃຜຜູ້ໂອມເອົາໄດ້ ເປັນເມັຍໂຊກຂະໜາດ ແທ້ດາຍ
ມັນຫາດູປະເສີດແທ້ ເມືອໜ້າບໍ່ຂວາງ ແທ້ແລ້ວ.
5. ຍິງໃດຂີ້ແມງວັນຈັບສົບເບື້ອງຊ້າຍ ສົມບັດມັ່ງບຸນມີ ທ້າວເອີຍ
ໃຜຫາກໂອມເອົາໄດ້ ເປັນເມັຍຫາກດູຍິ່ງຈິງດາຍ
6. ຍິງໃດປາຍຫູຫ້ວຍ ຢຸດປາຍພົດສະໜ່ອຍ
ຍິງນັ້ນ ເປັນແມ່ຄ້າຍັງຊິໄດ້ມັ່ງມີເຈົ້າເອີຍ.
ຍັງໄດ້ຜົມດຳເຫຼື້ອມຫາງນົກຍູງສະເໝີພາກ ກັນນັ້ນ
ຊາຍໃດເຂົ້າຢູ່ຊ້ອນ ຈັກເປັນເຈົ້າເສດຖີ.
7. ຍິງໃດສຽງປາກຕ້ານຫວານຫູເວົ້າມ່ວນ
ຕາເຊີດຊ້າຍ ຄໍປ້ອງຮູບງາມ
ເກສາຜົມຍາວ ໄກ້ວາປາຍຄືບໜຶ່ງ
ຍິງນັ້ນຄວນຄ່າລ້ານ ຄຳມ່ວນຊອບທັມ ແທ້ດາຍ.
ແຕ່ໃນໜັງສືທ້າວຄຳສອນ ນັ້ນມີການກ່າວເຖິງລັກສະນະຍິງ ດີບໍ່ດີ ໄວ້ຫຼາຍເຖິງ32 ປະການ, ການທີ່ມະຫາເຖນໄດ້ບອກສອນໄວ້ນັ້ນອາດ ມີເຄົ້າໂຄງມາຈາກພຸດທະພົດທີ່ເວົ້່າເຖິງລັກສະນະເມັຍ 7 ປະການ ແຕ່ການທີ່ກ່າວໄວ້ຫຼາຍເຖິງ 32 ບາງສະບັບມີຮອດ 46 ຂໍ້ນັ້ນອາດເປັນການຂະຫຍາຍຄວາມເພີ່ມຕື່ມນັ້ນເອງ.
ຊະນະສັນທະ (ຍອດຄໍາສອນ)
- ວັນນະກັມເຣື່ອງນີ້ ໜ້າຈະເປັນຕອນທີ່ພຣະເຈົ້າປັດເສນທີ່ໂກສົນ ພ້ອມກັບພຣະນາງມັລລິກາເທວີ ເຂົ້າເຝົ້າພຣະພຸດທະເຈົ້າ ແລ້ວຊົງທູລຖາມເຣື່ອງໃນພຣະສຸບິນນິມິຕ ພຣະຜູ້ມີພຣະພາກເຈົ້າຊົງຕັດ ພະຍາກຣນ໌ ແລະກໍຊົງສັ່ງສອນວ່າ "ປາງນັ້ນປັດເສນເຈົ້າຊົງສິນບໍ່ໃຫ້ຂາດ ມີສັດທາທ່ຽງໝັ້ນ ບໍ່ໄລ ມ້າງທອດທານ ກັບທັງມັລລິກາແກ້ວ ເທວີທຽມພ່າງ ປາງນັ້ນ, ສິນຫ້າຕັ້ງແລງເຊົ້າບໍ່ໄດ້ໄລ ກັບ ທັງສິນແປດຕັ້ງ ພຽນແຕ່ງວັນອຸໂປສົດ" ເປັນຕົ້ນ ໃນວັນນະກັມເລື່ອງນີ້ ຄະນະວັນນະຄະດີ ຄັດ ລອກເປັນອັກສອນລາວ, ພຣະເມທີວໍຣະຄຸນ ຄຳຜຸນ ພິລາວົງ ກໍໄດ້ຮຽບຮຽງເປັນປຶ້ມ ດ້ວຍອັກ ສອນລາວສະໄໝ, ສ່ວນທາງໄທຍ໌ນັ້ນພຣະອະຣິຍານຸວັດ ເຂມະຈາຣີ ໄດ້ປະຣິວັດເປັນອັກສອນໄທຍ໌ ແຕ່ຄົງໄວ້ເຊິ່ງສຳນວນລາວໄວ້ ໂດຍໂຄງການມະຫາວິທະຍາໄລສຣີນະຄະຣິນວິໂຣດ ມະຫາສາຣະ ຄາມ ເປັນລັກສະນະເທສໂວຫານ ໂດຍແບ່ງເປັນຕອນໆໄວ້, ເຫັນວ່າການທີ່ທາງໄທຍ໌ ຂຽນໜັງສື ນີ້ໄວ້ດ້ວຍອັກສອນໄທຍ໌ ແຕ່ບໍ່ສາມາດປ່ຽນເນື້ອຄວາມ ແລະສຽງພາສາໄປເປັນພາສາໄທຍ໌ໄດ້ນັ້ນ, ເພາະກອນລາວປະເພດວິສຸມາລີ ຫຼືກອນອ່ານທັມມະດານັ້ນ ສາມາດແຕ່ງໃຫ້ມ່ວນ ແມ່ນແຕ່ງດ້ວຍ ພາສາສຳນວນລາວເທົ່ານັ້ນ ຈຶ່ງມ່ວນເພາະວ່າ ສຽງໃນພາສາລາວຈະອ່ອນຊ້ອຍໄປຕາມອັກສອນ ຫຼາຍກວ່າສຽງໃນພາສາໄທຍ໌ ແຕ່ການທີ່ໄທຍ໌ຖືໜັງສືຍອດຄຳສອນຊະນະສັນທະ ເປັນມໍຣະດົກ ໄທຍ໌ ທ້ອງຖິ່ນອີສານ ເພາະອີສານເອງກໍໃຊ້ພາສາລາວ ແລະເຄີຍເປັນສ່ວນໜຶ່ງຂອງລ້ານຊ້າງ ມາກ່ອນ ວັນນະກັມຊະນະສັນທະ ຈຶ່ງເປັນວັນນະກັມຣວມ ຂອງລາວ-ອີສານ, ໃນໜັງສືຍອດ ຄຳ ສອນຊະນະສັນທະນີ້ ຜູ້ແຕ່ງໄດ້ເອົາຄຳສອນໃນທາງພຸດທະສາສນາ ເປັນເຄົ້າເຣື່ອງແລ້ວສອດແຊກ ຄວາມເຊື່ອ, ຈາຣີດ, ປະເພນີ ແລະຄະຕິນິຍົມເຂອງລາວຊາວລ້ານຊ້າງຂົ້າ ມາປະມວນເປັນຄຳສອນ ໃຫ້ຄົນລາວທັງໝົດຕັ້ງຢູ່ໃນສິນທັມ.
- ໃນໜັງສືຊະນະສັນທະ ຂອງສະພາຈັນທະບູຣີພິມນັ້ນ ທ່ານມະຫາຈູມ ຈິນດາພົດ ຂ້າຣາຊະການ ກອງວັນນະຄະດີ ໄດ້ໃນທັດສະນະວ່າ "ອາດແຕ່ງຂຶ້ນໃນສະໄໝພຣະເຈົ້າໂພທິສາຣະຣາດ ແລະ ກ່ອນພຣະອົງຈະສະເດັດສະວັນນະຄົດເລັກນ້ອຍ ເພາະເຫັນກ່ຽວພັນກັບຣາຊະທູດ ໑໕ ປະເທດ ເຂົ້າເຝົ້າພຣະອົງທີ່ສະໜາມຄ້ອງຊ້າງ, ເພາະເຫັນຄຳວ່າ : ຄັນຈັກຕົກແຕ່ງໃຫ້ທູຕາປ່ອງເມືອງໃດ ກໍດີ, ໃຫ້ມີທວນຍອງທັງປືນໄຟ ດາບດີວາງໄຫ້ ກັບທັງອາພອນຜ້າ ຜືນດີໃຫ້ໄປນຸ່ງ ຄັນດາກັບ ກ່າຍເຂົ້າ ມາແລ້ວຂາບຖວາຍ ນັ້ນດາຍ".
- ອີກຢ່າງໜຶ່ງ ໃນບົດວິເຄາະຂອງມະຫາຈູມ ຈິນດາພໄດ ຍັງໄດ້ເວົ້າວ່າ :"ແຕ່ງລຸນໜັງສືເຣື່ອງຂຸນບູ ຣົມ ສະບັບທຳອິດນັ້ນ, ເພາະເຫັນກອນ ບົດໜຶ່ງຂອງກອນນັ້ນໃນບັ້ນສອນນາງນັກສະໜົມບົດ ໜຶ່ງວ່າ ເຈົ້າຫາກເປັນຊາດແກ້ວ ໃຫ້ໃສສ່ອງສະເໝີໂຄມ ຢ່າໃຫ້ກາຍເປັນຫີນ ແຮ່ສະຄອມແຄມນ້ຳ ບັດນີ້ຂຸນບູຣົມເຖົ້າ ສອນນາງສະໃພ້ອ່ອນ ແລ້ວທໍ່ນີ້ຖວາຍໄວ້ຍອດຄຸນ ກ່ອນແລ້ວ".
ແລະອີກບົດໜຶ່ງ ບັ້ນຕອນສອນເຈົ້ານາຍວ່າ "ຄັນຢາກໄດ້ຂອງໄພ່ຊາວເມືອງ ຣາຄາມີທໍ່ໃດ ໃຫ້ເຂົາ ໝົດຖ້ວນ ຢ່າໄດ້ມີຄວາມເວົ້າພາຍລຸນຈັ່ງຊິສົ່ງ ເຂົາຫາກເປັນໃພ່ນ້ອຍ ກົວຢ້ານບໍ່ອາດ ຖາມເຈົ້າ ເອີຍ, ອັນນີ້ຂຸນບູຣົມເຖົ້າສອນບາເຈັດອ່ອນ ຍາມໄປທົວທ່ອນທ້າວ ເປັນເຈົ້າສູ່ພຣະອົງ ນັ້ນແລ້ວ".
- ຢ່າງໃດກໍຕາມ ໜັງສືຊະນະສັນທະນີ້ ພົບຫຼາຍໃນພູມີພາກຂອງປະເທດລາວ, ໃນດິນແດນອີສານ ເກືອບທຸກແຂວງໆ ທັງໃນລ້ານນາ ອັນນີ້ບໍ່ເປັນເລື່ອງແປກ ເພາະອີສານເຄີຍເປັນໜຶ່ງໃນອານຈັກ ລ້ານຊ້າງ ສ່ວນລ້ານນານັ້ນ ເປັນເມືອງຄູ່ແຜດຂອງລ້ານຊ້າງ ຍ່ອມມີການສົ່ງຕໍ່ ແລະຖ່າຍທອດວັດ ທະນະທັມເປັນທັມມະດານັ້ນເອງ.
- ວັນນະກັມຊະນະສັນທະ ຖືເປັນວັນນະກັມສຸດຍອດທາງພຸດທະສາສນາ ທີ່ໄດ້ສ້າງພຶດຕິກັມທາງ ວັດທະນະທັມ, ຈາຣີດ, ປະເພນີ, ຄວາມເຊື່ອ, ວີທິຄິດ ກາຍເປັນວັດທະນະທັມທີ່ມີອັດຕະລັກ ຂອງຕົນ.
- ປັດຈຸບັນ ຄົນລາວເຮົາກໍຍັງສືບຕໍ່ທາງວັດທະນະທັມທາງພຶດຕິກັມນັ້ນຢູ່ ຢ່າງເລີກໆໃນຫົວໃຈ ເຊັ່ນການຮັກນວນສະຫງວນຕົວຂອງຜູ້ຍິງ, ການຖືຮີດຜົວຄອງເມັຍຂອງຄູ່ຄອງ, ການປະຕິບັດຕົນ ຕໍ່ພຣະສົງສະມະເນນ, ການເຂົ້າວັດ, ການໃຫ້ທານ ແຕ່ປັດຈຸບັນນີ້ສັງຄົມລາວກ້າວເຂົາ ສູ່ຍຸກຂອງ ເສດຖະກິດ ການເຂົ້າວັດຟັງທັມອາດຊິຂາດຫາຍໄປເລັກໆນ້ອຍໃນຄົນບາງກຸ່ມ ໂດຍສະເພາະ ໃນ ສັງຄົມເມືອງ ສະນັ້ນ, ທີ່ວັດວຽງຈະເຣີນ ຈຶ່ງໄດ້ນໍາເອົາໜັງສືຊະນະສັນທະມາເທດ ໃນວັນສິນ ໗-໘, ໑໔ ແລະ ໑໕ ຄໍ່າ ຕລອດພັນສານີ້ ວັນລະ ໓໐ ນາທີ ກ່ອນຈະໄຫວ້ພຣະ, ຮັບສິນ, ນັ່ງສະມາທິ.
- ທ່ານໃດ ຢາກຈະຟັງທັມ ຢາກນັ່ງສະມາທິ ໄຫວ້ພຣະ ກໍຂໍເຊີນມາຍັງວັດວຽງຈະເລີນກ່ອນ ໑໗,໓໐ ໂມງ.
- ບາງຕອນຂອງຍອດຄຳສອນ ຊະນະສັນທະ ນັ້ນຕິດຕາມອ່ານໄປເລື້ອຍໆດັ່ງນີ້:
ບັ້ນພິເສດ ໑ ນາມຄາຖາບັ້ນ.
- ນະໂມ ຕັດສະແກ້ວ ອຸອະເປັນທີ່ເພິ່ງແລະອື່ນໆໆໆໆ
ພັນເຕໝາຍເພິ່ງເຈົ້າ ຄຸນແຫ້ວໜ່ວຍສາມ.
ຂໍໃຫ້ເວຣາຮ້າຍ ຫາຍເສັຍໜີຫຼີກ
ຢ່າໄດ້ເນົາຢູ່ຄ້າງ ຄີງຂ້າດັ່ງໃດ ແດ່ທ້ອນ.
- ເກສາຜົມເກດເກົ້າ ຕ່າງດອກມາລາ
ຍໍຍື່ນຖວາຍບູຊາ ແກ່ອົງພຸດໂທເຈົ້າ
ທັດສະມີສິບນິ້ວ ໄລລາເໜືອຂະໝ່ອມ
ຕົນຕົວ ເປັນດັ່ງຜາງປະທີບໄຕ້ ບູຊາແກ້ວ ໜໍ່ພຸດໂທ.
- ແມ່ນວ່າທຸກສິ່ງສ້ຽງ ໃນນອກກາໂຍ ຮຽມນີ້.
ຂໍມອບມວນບູຊາ ຍອດພຣະໄຕຄຸນຄໍ້າ
ຄືວ່າທັມສົງພ້ອມ ໂຄດົມດວງປະເສີດ
ິຈິດໃຈ ຂໍໃຫ້ເປັນດັ່ງ ນຳ້ມັນໄຕ້ໃຫ້ຮຸ່ງເຮືອງ
ກັບທັງຈັກຂຸແກ້ວ ຕາຮຽມສອງໜ່ວຍ ກໍດີທ້ອນ.
- ຂໍໃຫ້ເປັນດັ່ງທຽນທູບໄຕ້ ບູຊາແກ້ວພຣະຍອດຄຸນ.
ອັນວ່າຫູສອງເບື້ອງ ຂໍບູຊາພຸດທະບາດ
ເປັນດັ່ງເຂົ້າຕອກທັງດອກໄມ້ ນາງຟ້າຫວ່ານຖວາຍ ນັ້ນຖ້ອນ
ອັນວ່າໂທໂສພ້ອມ ໂຣຄາປິຕຸຄາດ ກໍດີ
- ຢ່າໄດ້ເກາະກ່ຽວຂ້ອງ ຄາເນື້ອແຫ່ງຮຽມ ແດ່ເນີ
ອັນວ່າໂຈໂຣພ້ອມ ອະທິກັມຫຼາຍສິ່ງ ກໍກີ
ຢ່າໄດ້ມາບຽດຂ້າ ຂໍຕັ້ງຕໍ່ບຸນ ພຣະເອີຍ
ສິດທິໂຣຄາພ້ອມ ໄຊໂຍດວງປະເສີດ
- ມັງຄະລະເລີດລໍ້າ ຕົວຂ້າຢູ່ກະເສີມ ແດ່ທ້ອນ
ຂຸຂາຈັນທະໂຣຄາພ້ອມ ໄຍໂຍຍອດຍິ່ງ
ຈິ່ງມານຳແນບຂ້າ ສະເທີນລໍ້າຢູ່ຍືນ ແດ່ທ້ອນ.
ບັດນີ້ ຂ່າຈັກແປເອົາພື້ນ ໃນທັມໄຂອ່ານ ຈິງແລ້ວ
ຊື່ວ່າພຣະຍາສັນທະຣາດເຈົ້າ ສອນຂ້າໄພ່ພົນ ນັ້ນແລ້ວ
ບັ້ນພິເສດ ໒ ສັດຖາຈິນດາບັ້ນ.
- ບັດນີ້ຖ້າຈັກ່າວເຖິງເຈົ້າ ອົງເອກະພະສັດຖາ ກ່ອນແລ້ວແລະອື່ນໆໆໆ
ຍາມເມື່ອປາຣະມີເຖິງ ໂມກຂະທັມທວນແຈ້ງ
ເຊັ່ງວ່າສັບພັນຍຸເຈົ້າ ຕົນເປັນຄູສອນໂລກ ເຮົານີ້
ໂຜດສັດໄຕ້ລຸ່ມຟ້າ ໃຫ້ເວນຮ້າຍຫ່າງຄິງ ນັ້ນແລ້ວ
- ພຣະກໍທຣົງຢູ່ສ້າງ ປ່າເຊດຕາວັນຫຼວງ
ກໍຫາກເປັນອາຮາມ ໃຫຍ່ງາມພໍພ້ຽງ
ພຣະກໍພາວະນາພ້ອມ ເມດຕາທັມທຸກເຊົ້າຄໍ່າ
ອະພິນຍານຢັ່ງຮູ້ ເຫັນແຈ້ງຊູ່ອັນ.
- ແຕ່ນັ້ນມີເອກະຣາດເຈົ້າ ຕົນໜຶ່ງຣາຊາ
ຊື່ພຣະຍາປັດເສນ ໂລກລືໄທອ້າງ
ພຣະກໍເນົາສະຖິກສ້າງ ສາວັດຖີເມືອງໃຫຍ່
ເປັນທີ່ໃຕ້ລຸ່ມຟ້າ ເຂົາຢ້ານຢ່ອນຂາມ ຫັ້ນແລ້ວ
- ພຣະອົງຢູ່ຈິ່ມໃກ້ ວັດໃຫຍ່ອາຮາມຫຼວງ
ພໍປະມານຫຼຽວ ເຫຼືອດຕາເຫັນໄດ້
ພຣະຍານັ້ນໂມໂຫດ້ວຍ ເງິນຄໍາທຸກສິ່ງ
ຜິເອົາຂອງໄຜ່ນອ້ຍ ໃໝຮື້ໂຄບເຕັງ
- ຄ້ອມວ່າພຣະກ່າວແລ້ວ ເລີຍຢູ່ຕຸນນະຫິ- ແລອື່ນໆໆໆ
ພາວະນາສະຖິດ ທີ່ໃນອາຮາມກວ້າງ
ກໍຫາກບໍລະບວນເບື້ອງສັບພັນຢູ່ຄະນິງຮໍ່າ
ຍັງທໍ່ທັມມະເທດບັ້ນ ຄາວໜ້າຊິຕໍ່ໄປ ແທ້ແລ້ວ.
ບັ້ນພິເສດ ໓ ທັມມະເທສະນາບັ້ນ.
- ບັດນີ້ຈັກກ່າວກ້ຳ ອົງເອກພຣະອິນຕາ
ເຈົ້າຫາກເປັນເທວາ ຢູ່ສະຫວັນເມືອງຟ້າ
ແຕ່ນັ້ນສີລາໄທ້ ທຳກະບວນໄຫວຫວັ່ນ
ເລີຍລ່ວງແຂງກະດ້າງ ອາຍຮ້ອນຕ່າງຫຼັງ
- ພຣະຈິງຫຼິງລໍ່າຢ້ຽມ ໂລກລຸ່ມຊຖມພູ ທີ່ພຸ້ນ
ກໍຈິງເຫັນສັບພັນຍູ ຢູ່ທຣົງສິນແກ້ວ
ກັບທັງປັດເສນເຈົ້າ ມີໃຈສາໂຫດ
ທຳບາບທຸກຄໍ້າເຊົ້າ ກິນເຫຼົ້າສູ່ວັນ
໑. ບັ້ນທີ່ພຣະພຸດທະເຈົ້າຊົງສະແດງທັມແກ່ພຣະເຈົ້າປັດເສນທີ່ໂກສົນ ດັ່ງນີ້ ຄື:
- ອັນວ່າຈອມຣາຊາ ເໝືອນພໍ່ຄິງເຂົາແທ້ແລະອື່ນໆ ນອກຈາກນັ້ນຍັງມີບັ້ນ ອື່ນໆອີກຣວມກັນ ໑໐ ບັ້ນ ດັ່ງນີ້
ຈຶ່ງໃຫ້ໄລເສັຍຖິ້ມ ອະຄະຕິທັງສີ ພຣະຍາເອີຍ
ໂທສາທຳໂທດຮ້ອຍ ໂກທາກິ້ວໂກດ ແທ້ເນີ
ຈົ່ງໃຫ້ອິນດູຝູງໄພ່ນ້ອຍ ຊາວບ້ານທົ່ວເມືອງ ເຈົ້າເອີຍ.
- ຊາດທີ່ເປັນພຣະຍານີ້ ຢ່າມີໃຈຮັກບ່ຽງ ພຣະຍາເອີຍ
ຢ່າໄດ້ຄິດຢາໄດ້ ຂອງຂ້າໄພ່ເມືອງງ ເຈົ້າເອີຍ.
ລະອະຄະຕິສີ່ນີ້ໄດ້ ຈຶ່ງຄວນສືບສະເຫວີຍເມືອງ
ຊົງສົມບັດຄອງເມືອງ ຊອບທັມຄວນແທ້.
- ອັນໜຶ່ງ ຈິດອ່ອນນ້ອມ ຄຳຮ້າຍແມ່ນບໍ່ມີ
ປາກກ່າວຕ້ານ ຄຳອ່ອນຫວານຫູ ແລນາ
ບໍ່ຫຼິ້ນຊູ້ ເມັຍຊ້ອນເພື່ອແພງ
ບໍ່ຄິດໂລບລ້ຽວ ລັກສິ່ງເອົາຂອງ ເພິ່ນນັ້ນ
ບໍ່ຕົວະບໍ່ພາງໃຜ ເພື່ອນສະຫາຍກັນແທ້
- ບໍ່ຂ້າສັດປະສົງເວັ້ນ ອິນດູສັດມາກຍິ່ງ
ບໍ່ຄິດໂລບລ້ຽວ ຈາຕ້າຍໃຫ້ບ້ຽງຄວາມ
ບໍ່ລາມຫຍາບຊ້າ ເກີນຮີດຄອງທັມ ແລນາ
ບໍ່ກິນສຸຣາເຫຼົ້າ ເອົາຕົນເວັ້ນຂາດ
ກັມແປດຈຳພວນີ້ ໃຜເວັ້ນປະເສີດດີ
໒. ບັ້ນສັ່ງສອນໃຫ້ແຜ່ເມດຕາໄປໃນສັດໂດຍບໍ່ມີປະມານ ດັ່ງນີ້- ໃນໜັງສືຊະນະສັນທະນີ້ ມີ ໑໐ ບັ້ນ ມີຈຳນວນ ໑໘໐ ກວ່າໜ້າ ໃນໜັງສືໃບລານ ຂຽນດ້ວຍອັກສອນລາວບູຮານກໍມີ ຂຽນດ້ວຍອັກສອນລາວເດີມກໍມີ ເພິ່ນຈະຂຽນເຈືອລະເນືອກັນໄປເລີຍ, ບໍ່ຂຽນຫົວຂໍ້ໄວ້ ຈະແຈ້ງ ແຕ່ບົດໃດຈົບ ເພີ່ນຈະວ່າໂຈະບົດໄວ້ ຄຳກອນໄວ້ນີ້ກ່ອນ ແລ້ວທໍ່ນີ້ຖວາຍໄວ້ພຣະຍອດຄຸນ ຈະແຈ້ງຜູ້ເທດ ຫຼືຜູ້ອ່າຈະຮູ້ວ່າຈົບແຕ່ລະບັ້ນໄປ.
໓. ບັ້ນສັ່ງສອນໃຫ້ຊົງຕັ້ງຢູ່ໃນທົດສະຣາຊະທັມ
໔. ພຣະຍາສັນທະຣາດສອນໃຫ້ຮູ້ຈັກການໃຫ້ທານ
໕. ບັ້ນສອນໃຫ້ຮູ້ຈັກການປະຫຍັດ ແລະເພິ່ງຕົນເອງ.
໖. ບັ້ນສອນໃຫ້ຮຽນວິຊາຊີບຕ່າງໆ
໗. ບັ້ນສອນໃຫ້ຍິງຮູ້ຈັກວຽກບ້ານການເຮືອນ.
໘. ບັ້ນສອນໃຫ້ຮັກສາສິນຫ້າ.
໙. ບັ້ນສອນສາມີພັນລະຍາໃຫ້ຮູ້ຈັກໜ້າທີ່ຂອງຕົນ.
໑໐. ບັ້ນສັ່ງສອນໃຫ້ຮູ້ທັມນຽມຂອງສົງ.
- ພິເສດ: ລາຍລະອຽດໂຜດຕິດຕາມຕໍ່ໄປຈະຈັດລຽງເປັນບັ້ນໆໆ
ທີ່ວັດວຽງຈະເລີນ ວັນທີ ໑໔ ກັນຍາ ໒໐໑໑
ໂດຍ
ພຣະຄຣູເນືອງພິລັກ ໂຊຕິທອນ
ຜູ້ຄົ້ນຄວ້າ ແລະຮຽບຮຽບ
(ສງວນລິຂສິດ)
Subscribe to:
Posts (Atom)