Friday, 6 June 2008

พระแท่นวัชรอาสน์(Vajarasana) และรัตนจงกรมเจดีย์

พระแท่นวัชรอาสน์(Vajarasana) และรัตนจงกรมเจดีย์


พระมหาเจดีย์พุทธคยา หรือพระวิหารมหาโพธิ์
พระมหาเจดีย์พุทธคยานี้ ก่อสร้างด้วยหิน ทรายสีน้ำตาลนวล มีลักษณะเป็นทรง สี่เหลี่ยมจัตุรัส ยอดแหลมคล้ายยอดพระเจดีย์ทั่วไป มีความสูงประมาณ ๑๗๐ ฟุต ฐานวัดโดย รอบได้ ๘๖ เมตร พระเจ้าหุวิชกะ ทรงสร้างต่อมาจากสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช และมีการ ซ่อมแซมบูรณะเรื่อยมา โดยท่านผู้เลื่อมใสในพระ พุทธศาสนา ดังนั้น องค์พระเจดีย์จึงมีทรงเป็นเหลี่ยม ที่มียอดแหลม นอกจากนี้ยังมีองค์เจดีย์เล็กๆ ลดหลั่น กันไปอยู่โดยรอบพระเจดีย์องค์ใหญ่ จึงทำให้พระเจดีย์ มีความงามยิ่งขึ้น มีห้องสำหรับปฏิบัติธรรมอยู่ชั้นบน ส่วนชั้นล่างนั้น ประดิษฐานพระประธานขนาดใหญ่ สูงประมาณ ๑.๖๖ เมตร หน้าตักกว้าง ๑.๔๗ เมตร แกะสลักด้วยหินตามแบบศิลปะสมัยปาละ มีอายุประมาณ ๑,๔๐๐ ปี องค์พระพุทธรูป ทาสีทองสวยงามมาก คนไทยนิยมเรียกว่า พระพุทธเมตตา
๔. อนิมิสเจดีย์
หลังจากตรัสรู้แล้ว พระองค์ประทับนั่ง เสวยวิมุติสุข ณ บัลลังก์ที่ประทับนั่งตรัสรู้ ตลอด ๗ วัน เทวดาบางพวกเกิดความปริวิตกว่า แม้วันนี้ พระสิทธัตถะ ยังมีกิจที่จะต้องทำอยู่เป็นแน่ เพราะยังไม่ละความอาลัย ในบัลลังก์ ด้วยพระองค์ทรงตั้งสัตยาธิษฐานไว้ก่อน ประทับนั่งว่า ถ้าไม่ได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ จะไม่เสด็จลุกขึ้นจากบัลลังก์นี้ ในวันที่ ๘ ทรงออก จากสมาบัติ ทรงทราบความปริวิตกของเทวดาเหล่านั้น แล้วเหาะขึ้นไปในอากาศ เพื่อกำจัดความสงสัยของ เทวดาเหล่านั้น ทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ ครั้นแสดงยมกปาฏิหาริย์กำจัดความสงสัย ของเทวดาเหล่านั้นแล้ว จึงประทับยืนทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือเยื้องจากบัลลังก์ไป เล็กน้อย ทรงจ้องดูบัลลังก์และต้นโพธิ์ สถานที่บรรลุผลแห่งพระบารมีทั้งหลาย ที่ทรงบำเพ็ญ มาถึงสี่อสงไขยแสนกัปป์ ด้วยดวงพระเนตรที่ไม่กระพริบว่า เราบรรลุสัพพัญญุตญาณเหนือ บัลลังก์นี้ ทรงยับยั้งอยู่ ๗ วัน สถานที่นั้นจึงชื่อว่า อนิมิสเจดีย์
ปัจจุบันได้สร้างเป็นเจดีย์องค์ใหญ่มีสีขาว อยู่ทางด้านขวามือของบันไดที่จะลง สู่มหาโพธิสถาน หรือทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระเจดีย์มหาโพธิ์ ดูผิวเผินมีรูปทรง คล้ายกับเจดีย์องค์ใหญ่ แต่ลวดลายหยาบกว่า

๕. รัตนจงกรมเจดีย์
ในสัปดาห์ที่สาม พระองค์ทรง เนรมิตที่จงกรมระหว่างบัลลังก์ที่ประทับนั่งตรัสรู้ กับอนิมิสเจดีย์ ทรงจงกรมบนรัตนจงกรม จากทิศ ตะวันออกจรดทิศตะวันตกอยู่ตลอดสัปดาห์ สถานที่นั้นจึงชื่อว่า รัตนจงกรมเจดีย์ ปัจจุบัน มีหินแกะสลักทำเป็นดอกบัว ศิลปะภารหุต ประมาณ ๑๒ ศอก วางเรียงกันเป็นแนวยาวตลอด อยู่ทางด้านซ้ายมือข้างองค์พระมหาเจดีย์ พุทธคยา หรืออยู่ทางทิศเหนือ สร้างเป็นแท่นหินสูง ๑ เมตร มี ๑๙ ดอก
๖. รัตนฆรเจดีย์
ในสัปดาห์ที่ ๔ เทวดาทั้งหลายเนรมิตเรือนแก้วด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ ต้นโพธิ์ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงนั่งขัดสมาธิในเรือนแก้วนั้น ทรงพิจารณาอภิธรรมปิฏก และพระสมันตปัฏฐาน อนันตนัยในพระอภิธรรมปิฏกโดยพิเศษ ทรงยับยั้งอยู่ตลอดสัปดาห์ ส่วนนักอภิธรรมกล่าวว่า ที่ชื่อว่า เรือนแก้ว ไม่ใช่เรือนที่ทำด้วยแก้ว ๗ ประการ แต่สถานที่ที่ ทรงพิจารณาปกรณ์ทั้ง ๗ เรียกว่า เรือนแก้ว ท่านประยุกต์เรื่องทั้งสองเข้าไว้ในที่นี้โดยปริยาย จึงควรถือเอาทั้งสองนัย สถานที่นั้นจึงชื่อว่า รัตนฆรเจดีย์
ลักษณะที่ปรากฏในปัจจุบัน เจดีย์นี้สร้างเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาตัดตรง ทาสีเหลือง ด้านหน้ามีประตูทางเข้า หันหน้าไปทางกำแพงด้านทิศเหนือ ภายในมีพระพุทธรูป ทองเหลืองขนาดใหญ่องค์หนึ่ง ประดับอย่างสวยงามประดิษฐานอยู่
๗. อชปาลนิโครธ
พระพุทธเจ้าประทับอยู่ใกล้ๆ ต้นโพธิ์ ๔ สัปดาห์แล้ว ในสัปดาห์ที่ ๕ เสด็จออก จากบริเวณควงไม้โพธิ์เสด็จข้ามแม่น้ำเนรัญชราไปทางทิศตะวันออก ประทับนั่งพิจารณาพระธรรม และเสวยวิมุตติสุขที่ต้นอชปาลนิโครธนั้น ณ ที่ตรงนี้ พราหมณ์ผู้ทิฏฐมังคลิกะ เที่ยวตวาดว่า หึ หึ ด้วยอำนาจความถือตัว ได้ทูลถามพระผู้พระภาคเจ้าว่า บุคคลชื่อว่าเป็นพราหมณ์ด้วยเหตุเพียง เท่าไร ธรรมเหล่าไหนทำให้บุคคลเป็นพราหมณ์ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเปล่งอุทานแสดง เหตุและธรรมที่ทำให้บุคคลเป็นพราหมณ์
๘. สระมุจลินท์
ครั้นประทับนั่ง ณ อชปาลนิโครธตลอด ๗ วัน ในสัปดาห์ที่ ๕ แล้ว จึงเสด็จไป ประทับ ณ โคนต้นมุจลินท์ (ต้นจิกนา) อีกสัปดาห์หนึ่ง พอประทับนั่งในที่นั้นเท่านั้น มหาเมฆซึ่งมิใช่ฤดูกาลก็เกิดขึ้นเต็มทั่วห้องจักรวาล เมื่อมหาเมฆเกิดขึ้นแล้ว พญานาคชื่อมุจลินท์ คิดว่า เมื่อพระพุทธเจ้ามาสู่สถานที่ของเรา มหาเมฆก็เกิดขึ้น พระองค์ควรได้อาคารที่ ประทับ พญานาคแม้จะสามารถเนรมิตวิมานทิพย์ เหมือนกับเทพวิมาน แต่คิดว่า เมื่อเราสร้างวิมาน อย่างนี้ จักไม่มีผลมากแก่เรา เราจะขวนขวาย ด้วยกายตนเองเพื่อพระทศพล จึงทำอัตตภาพ ให้ใหญ่ยิ่งล้อมพระพุทธเจ้าไว้ด้วยขนด ๗ ชั้น แผ่พังพานไว้ข้างบน พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ บัลลังก์มีค่ายิ่งที่สำเร็จด้วยรัตนะ ๗ ประการ เพดานมีพวงดอกไม้หอมหลายชนิดห้อยอยู่ เบื้องบน อบอวลด้วยกลิ่นหอมนานาชนิด ในโอกาสใหญ่ภายในขนดล้อม เหมือนประทับอยู่ในพระคันธกุฏี ตลอด ๗ วัน ณ ที่ตรงนี้ พระพุทธองค์ได้ทรงเปล่งอุทานปรารภความสุข ๔ ประการ เมื่อฝนหยุดแล้ว พญานาคราชจึง คลายขนดจำแลงเป็นมาณพยืนประคองอัญชลีถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าทางเบื้อง พระพักตร์
สระมุจลินท์ อยู่ห่างจากเจดีย์พุทธคยาไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ ๒ กิโลเมตร ห่างจากแม่น้ำเนรัญชราประมาณครึ่งกิโลเมตร มีสระน้ำอยู่ใกล้หมู่บ้านชื่อมุจลินท์ ในปัจจุบัน ทางการได้จำลองสระมุจลินท์ไว้ที่บริเวณเจดีย์พุทธคยา มีพระพุทธรูปปางนาคปรก อยู่กลางสระ ติดกับกำแพงด้านวัดป่าพุทธคยา
๙. ราชายตนะ
ในสัปดาห์สุดท้ายแห่งการเสวยวิมุติสุข พระพุทธองค์เสด็จเข้าไปประทับนั่ง ณ ราชายตนะ (ต้นเกด) ทรงยับยั้งอยู่ด้วยสุขในฌานและสุขในผล
สถานที่นี้ อยู่ทางทิศใต้ของต้นพระศรีมหาโพธิห่างจากแม่น้ำเนรัญชราไปทาง ทิศตะวันตกประมาณ ๑ กิโลเมตร อยู่ห่างจากสระมุจลินท์ไปประมาณ ๕๐๐ เมตร มีต้นโพธิ์ขึ้น แทนต้นเกด ชาวฮินดูได้สร้างเทวสถานไว้ใกล้ ๆ มีทางเข้าต่อจากถนนเรียบแม่น้ำเนรัญชรา ฝั่งตะวันตกไปทางทิศใต้

Bodhi Tree, ตันพระศรีมหาโพธิ์ ที่พุทธคยา

Bodhi Tree, ตันพระศรีมหาโพธิ์ ที่พุทธคยา





ต้นพระศรีมหาโพธิ
ต้น พระศรีมหาโพธิ์ เป็นสถานที่ ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ประทับ นั่งตรัสรู้ในคืนวันเพ็ญวิสาขปุรณมี ก่อน พุทธศักราช ๔๕ ปี ณ สถานที่นี้ได้เคยมีพระ พุทธเจ้าองค์อื่น ๆ ในอดีตกาลถึง ๓ พระองค์ ที่ได้ทรงตรัสรู้แล้ว คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า กกุสันโท โกนาคมนะ กัสสปะ และพระพุทธเจ้า องค์ปัจจุบัน และในอนาคตกาล จะเป็นที่ตรัสรู้ ของพระศรีอริยเมตไตรยต้นที่ปรากฏอยู่ใน ปัจจุบัน เป็นต้นที่ ๔ มีประวัติโดยสังเขปดังนี้
ต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นที่ ๑
ต้นพระศรีมหา โพธิ์ที่พระพุทธองค์ได้ประทับนั่ง เพื่อตรัสรู้พระอนุตตรสัมโพธิญาณ เป็นสหชาติกับพระพุทธเจ้า อายุประมาณ ๓๕๒ ปี พระศรีมหาโพธิ์ต้นนี้ ถูกพระนางมหีสุนทรี มเหสีองค์ที่ ๔ ของพระเจ้าอโศกมหาราช ราดยาพิษและน้ำร้อนจนตาย พระเจ้าอโศกทรงเสีย พระทัยมาก ทรงอธิษฐานและสั่งให้เอาน้ำนมวัวถึง ๑๐๐ ตัวมารดหน่อของพระศรีมหาโพธิ์ จึงงอกขึ้นมาใหม่
ต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นที่ ๒
พระเจ้าอโศกทรงปลูกเมื่อ พ.ศ. ๒๗๒ ในช่วงปี พ.ศ. ๑๑๔๓ - ๑๑๖๓ กษัตริย์ชาว ฮินดูแห่งแคว้นเบงกอล ชื่อ ศาศางกา ได้ทำลายเสีย ต่อมากษัตริย์แคว้นมคธชื่อ พระเจ้าปุรณวรมา ทรงทราบข่าว จึงเสด็จมาที่พุทธคยา ได้ทรงเห็นต้นพระศรีมหาโพธิ์ถูกทำลาย จึงทรงให้เอา น้ำนมวัว ๑,๐๐๐ ตัว มารดจนหน่อของพระศรีมหาโพธิ์เกิดใหม่อีก
ต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นที่ ๓
พระ เจ้าปุรณวรมา ได้ทรงปลูกหน่อต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นที่ ๓ นี้ไว้ ณ ตำแหน่ง เดิม จนต้นเจริญงอกงามดี ต้นที่ ๓ นี้ มีอายุประมาณ ๑,๒๕๖ – ๑,๒๗๖ ปี ก็ตายลงด้วยถูก พายุพัดโค่น เพราะอายุแก่มากแล้ว ต่อมา เซอร์คันนิ่งแฮม ได้เห็นหน่อของต้นพระศรีมหาโพธิ์ งอกขึ้นมา ๒ หน่อ จึงเอาหน่อที่สูงประมาณ ๖ นิ้ว ปลูกไว้ที่เดิม หน่อที่สูงประมาณ ๔ นิ้ว ปลูกไว้ทางทิศเหนือขององค์พระเจดีย์
ต้นพระศรีมหาโพธิ์ต้นที่ ๔
ท่าน เซอร์คันนิ่งแฮมได้นำมาปลูกไว้ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๓ ณ ตำแหน่งเดิมของต้น พระศรีมหาโพธิ์ต้นแรก พระศรีมหาโพธิ์ต้นนี้มีอายุประมาณ ๑๒๔ ปี ( พ.ศ.๒๕๔๗ ) นับแต่ปลูกมา ปัจจุบันต้นพระศรีมหาโพธิ์ ก็ยังแข็งแรงและสมบูรณ์ดี มีการกั้นรั้วทองเหลืองไว้โดยรอบ มีประตูเหล็กดัดสูง ๒ เมตร สร้างถวายโดยชาวพุทธศรีลังกา
๒. พระแท่นวัชรอาสน์
พระแท่นวัชรอาสน์ คือ ที่ประทับนั่ง ตรัสรู้ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ในครั้งนั้น พระ พุทธองค์ทรงใช้หญ้ากุสะ ๘ กำมือ ที่ โสตถิยะพราหมณ์ถวายให้มาปูลาดนั่ง และเมื่อพระองค์ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมา-สัมพุทธเจ้าแล้ว บัลลังก์ที่ประทับนั่งนั้น จึงถูกเรียกว่า อปราชิตบัลลังก์ หรือ รัตนบัลลังก์
ต่อมา พระเจ้าอโศกมหาราชทรงสร้างเป็นแทนหินสลัก ประดิษฐานไว้ระหว่างต้น พระศรีมหาโพธิ์กับองค์พระเจดีย์ เพื่อให้เป็นอนุสรณ์สถานที่ถาวรยาวนาน พระแท่นนี้สร้างขึ้น โดยใช้แผ่นหินทราย เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาวประมาณ ๗ ฟุต ๑๐ นิ้วครึ่ง กว้าง ๔ ฟุต ๗ นิ้วครึ่ง ความหนา ๖ นิ้วครึ่ง แกะสลักเป็นรูปแหวนเพชร นอกจากนั้น ยังมีรูปดอกบัว รูปพญาหงษ์ และดอกมณฑารพด้วย

เจดีย์รอบ ๆ เจดีย์พุทธคยา

เจดีย์รอบ ๆ เจดีย์พุทธคยา






















พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของ แม่น้ำเนรัญชรา ณ ตำบลโพธิคยา หรือ พุทธคยา มีอาณาเขต ติดต่อกับตำบลตารดิตถ์ จังหวัดคยา รัฐพิหาร ซึ่งมีเมือง ปัตนะเป็นเมืองหลวง ก่อนจะเดินทางถึงบริเวณสถานที่ตรัสรู้ คือ ต้นพระศรีมหาโพธิ เราจะมองเห็นพระวิหารโพธิ (พระเจดีย์ ๔ เหลี่ยม) ตั้งตระหง่านสูงประมาณ ๑๗๐ ฟิตจากพื้นดิน เมื่อเดินเข้าใกล้เราจะมองเห็นว่าสถานที่รอบ ๆ ที่ตรัสรู้นี้ ตั้งอยู่ในที่ต่ำลึกจากระดับพื้นดินบริเวณรอบ ๆ ที่ถูกสร้างเป็น กำแพงในปัจจุบันประมาณ ๕ เมตร ที่เป็นเช่นนี้ เพราะบริเวณ พระศรีมหาโพธิ์ในอดีต มีวิหารใหญ่ ๓ หลัง เฉพาะทางประตู ด้านทิศเหนือของต้นพระศรีมหาโพธิ์ มีวิหารชื่อมหาโพธิสังฆาราม ซึ่งกษัตริย์ชาวศรีลังกาได้มาสร้างไว้ มี ๖ ห้อง ๔ ยอด มีพระสงฆ์อยู่อาศัยถึง ๑,๐๐๐ รูป แต่ใน พ.ศ. ๑๗๔๗ วิหารทั้ง ๓ หลัง รวมทั้งกำแพงได้ถูก ทำลายลงโดยกษัตริย์มุสลิม ดังนั้น บรรดาซากถาวรวัตถุที่ปรักหักพังได้ตกสลายไป ทำให้เกิดการทับถมกันของแผ่นดิน บริเวณนี้จึงอยู่ต่ำจากระดับกำแพงและบริเวณ รอบซึ่งเป็นซากวัดในอดีตประมาณ ๕ เมตร
เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๕ องค์การสหประชาชาติได้ประกาศยกย่อง ให้พุทธคยาเป็นมรดกโลก
สถานที่ตรัสรู้
เจ้า ชายสิทธัตถะ หรือดาบสสิทธัตถะในขณะนั้น หลังจากที่ทรงใช้ความวิริยะ อุตสาหะเพื่อแสวงหาโมกขธรรมอยู่เป็นเวลา ๖ ปี ได้ทรงตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นพระพุทธเจ้า ณ ภายใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เมื่อวันพุธ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีระกา (วันวิสาขบูชา) ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี พุทธคยาจึงจัดเป็นสถานที่สำคัญของพุทธศาสนิกชนตั้งแต่นั้นเป็นต้น มา บริเวณสถานที่ตรัสรู้นี้ ในครั้งพุทธกาลเรียกว่าตำบลอุรุเวลาเสนานิคม
posted by Dr.Handy Inthisan at 4:42 AM

Wednesday, 4 June 2008

ຖະແຫລງຂ່າວການນຳໃຊ້ທະນາບັດໃໝ່ 50.000 ກີບ

ຖະແຫລງຂ່າວການນຳໃຊ້ທະນາບັດໃໝ່ 50.000 ກີບ

ຕອນເຊົ້າວັນທີ 12 ມັງກອນ 2006 ທີ່ສະຖານີໂທລະພາບແຫ່ງຊາດ ທ່ານ ພູເພັດ ຄຳພູນວົງ, ຜູ້ຮັກສາການຜູ້ວ່າການທະນາຄານແຫ່ງ ສປປ ລາວ ໄດ້ຖະແຫລງຂ່າວກ່ຽວກັບການ ນຳໃຊ້ທະນາບັດໃໝ່ປະເພດໃບ 50 000 ກີບຊຶ່ງທ່ານໄດ້ກ່າວວ່າ: ທະນາຄານແຫ່ງສປປ ລາວ ຂໍຖືເປັນກຽດຢ່າງສູງແຈ້ງມາຍັງພໍ່ແມ່ປະຊາຊົນ,ພໍ່ຂ້າຊາວຂາຍ,ນັກຮຽນ,ນັກສືກ,ພະນັກງານ ລັດ ຖະກອນ, ທະຫານ,ຕຳຫລວດຊາບທົ່ວເຖິງກັນວ່າ: ໂດຍໄດ້ຮັບອະນຸມັດຈາກທ່ານນາຍົກລັດຖະ ມົນຕີຕາມຂໍ້ຕົກລົງເລກທີ 03/ນຍ ລົງວັນທີ11/1/2005 ທະນະຄານແຫ່ງ ສປປ ລາວ ໄດ້ພີມຈຳ ໜ່າຍທະນະບັດໃໝ່ປະເພດໃບ 50.000 ກີບອອກສູ່ຂອດຈໍລະຈອນນັບແຕ່ມື້ອອກແຈ້ງການສະ ບັບນີ້ເປັນຕົ້ນໄປ.

ທ່ານ ພູເພັດ ຄຳພູວົງໃຫ້ຮູ້ວ່າ:ຈຸດປະສົງຂອງການພີມທັນທະນະບັດດັ່ງກ່າວແມ່ນເພື່ອຮັບ ຕ້ອນວັນປະຫວັດສາດສຳຄັນຂອງຊາພັກ ແລະ ຂອງຊາດ: ວັນຄົບຮອດ 30 ປີແຫ່ງການ ສະຖາ ປະນາ ສປປ ລາວ, ວັນຄ້າຍວັນເກີດຂອງທ່ານ ໄກສອນ ພົມວິຫານ ຄົບຮອບ 85 ປີ. ພ້ອມກັນ ນັ້ນການນຳໃຊ້ທະນະບັດປະເພດໃໝ່ໃບ 50.000 ກີບຍັງເປັນການຕອບສະໜອງຄວາມຮຽກຮ້ອງ ຕ້ອງການຂອງພື້ນຖານເສດຖະກິດແຫ່ງຊາດທີ່ເຕີບໃຫ່ຍຂະຫຍາຍຕົວ, ທັງເປັນການສ້າງໂຄງ ປະກອບປະເພດໃບເງີນກີບໃຫ້ສົມເຫດສົມຜົນ,ອຳນວຍຄວາມສະດວກແກ່ການຊຳລະ,ການພົກຖື ແລະ ການສ້າງຄ່ານິຍົມເງີນກີບໃຫ້ສູງຂື້ນ. ການນຳໃຊ້ທະນາບັດໃໝ່ປະເພດໃບ 50.000 ກີບນີ້ ຈະບໍ່ມີຜົນກະທົບເຮັດໃຫ້ເກີດມີໄພເງີນເຟີ້ເພາະການຈຳໜ່າຍທະນາບັດດັ່ງກ່າວບໍ່ເຮັດໃຫ້ມີການ ປ່ຽນແປງບັນດາປະເພດໃບເງີນທີ່ກຳລັງນຳໃຊ້ໃນປະຈຸບັນ. ເພື່ອເຮັດໃຫ້ການນຳໃຊ້ທະນາບັດ ໃໝ່ປະເພດໃບ 50.000 ກີບ ມີປະສິດຕິພາບ,ຫລີ້ກເວັນການປອມແປງທີ່ອາດເກີດຂື້ນ ໃນອະ ນາຄົດ,ພວກເຮົາຄວນສືກສາລະອຽດຄຸນລັກສະນະຂອງໃບເງີນດັ່ງກ່າວ. ປະເພດໃບ 50.000 ກີບມີຄຸນລັກສະນະ ແລະ ຈຸພິເສດດັ່ງນີ້: ຂະໜາດຂອງໃບເງິນ 156ມມx70ມມ. ເຈັ້ຍພິມ: ທະ ນາບັດພິມດ້ວຍເຈັ້ຍພິເສດ, ມີຄຸນະພາບສູງ ມີລະບົບປ້ອງກັນການປອມແປງແຈກຢາຍຢູ່ທົ່ວໃບ ເງິນ. ສີຂອງໃບເງີນ: ສີດ້ານ ໜ້າທະນາບັດສ່ວນໃຫ່ຍເປັນສີໝາກກ້ຽງ, ສີນ້ຳຕານ ແລະ ແດງ. ສ່ວນສີດ້ານຫຼັງທະນາບັດສ່ວນໃຫ່ຍອອກສີນ້ຳຕານ. ຮູບພາບດ້ານໜ້າທະນາບັດ: ມີຮູບປະທ່ານ ໄກສອນ ພົມວິຫານ, ເຄື່ອງໝາຍກາຊາດ, ຮູບທາດຫຼວງ, ມີຕົວອັກສອນຂຽນວ່າ: ສາທາລະນະ ລັດ ປະຊາທິປະໄຕ ປະຊາຊົນລາວ, ຈຳນວນເງິນເປັນຕົວເລກລາວ ແລະ ຕົວໜັງສື ຫ້າສິບພັນ ກີບ. ຮູບພາບທາງດ້ານຫຼັງທະນາບັດ: ມີຮູບພາບສຳນັກງານປະທານປະເທດ, ຕົວໜັງສືຂຽນວ່າ: ທະນາຄານແຫ່ງ ສປປ ລາວ ,ຈຳນວນເງິນເປັນຕົວເລກ 50.000 ກີບ ແລະ ຕົວໜັງສື ຫ້າສິບ ພັນກີບ ແລະ ມີຮູບລາຍລາວສວຍງາມຢູ່ເບຶ້ອງຂວາມື.

ທ່ານ ພູເພັດ ຄຳພູນວົງ ຍັງໄດ້ແນະນຳຕື່ມວ່າ: ທະນາບັດປະເພດໃບ 50.000 ກີບ ຖືກພິມດ້ວຍເຈັ້ຍພິເສດ, ມີຄຸນນະພາບສູງ ແຕ່ການປົກປັກຮັກສາ ແລະ ການນຳໃຊ້ທີ່ຖືກຕ້ອງ ເປັນປັດໃຈສຳຄັນຂອງການເຮັດໃຫ້ອາຍຸການນຳໃຊ້ທະນາບັດໄດ້ຍາວນານ ແລະ ມີຄຸນຄ່າສົມ ກັບຄຸນນະພາບທີ່ຜະລິດອອກມາ. ການປົກປັກຮັກສາໃບເງິນມີຄວາມສຳຄັນຍິ່ງຄື: ບໍ່ໃຫ້ມີຄວາມ ເປິເປື້ອນ, ບໍ່ໃຫ້ຂີດຂຽນດ້ວຍບິກຫລືນ້ຳມຶກ, ຄວນຮັກສາໃບເງິນໄວ້ໃນສະພາບທີ່ດີ, ຫ້າມພັບ, ຫ້າມມ້ວນ ຫຼື ຫຸບຫໍ່ເກີນຂອບເຂດ ຊື່ງຈະເຮັດໃຫ້ໃບເງິນປ່ຽນຮູບໂສມທີ່ດີງາມ, ຄວນເກັບຮັກສາ ໃບເງິນໄວ້ໃຫ້ເປັນລະບຽບ. ທະນາບັດໃບ 50.000 ກີບ ຈະຖືກນຳໃຊ້ຄວບຄູ່ປະເພດທະນາບັດ ອື່ນໆທີ່ມີແລ້ວໃນໄລຍະຜ່ານມາ ແລະ ປະຈຸບັນ ແຕ່ຈະເພິ່ມຄວາມສະດວກໃນການຝາກ - ຖອນ ເງິນໃນທະນາຄານ, ສະດວກສະບາຍໃນການຊຳລະ, ເໝາະສົມກັບການໃຫ້ບໍລິການຖອນເງິນ ດ່ວນດ້ວຍຕູ້ ATM ແລະ ອື່ນໆອີກ.

ອ້າງອີງຈາກ

http://www.moic.gov.la/lao/main.asp?detail=ndetail&id=391&kind=1

Saturday, 12 April 2008

ລາຍຊື່ເຈົ້າສັດທາ ບູຊາຊາຍ ເພື່ອຕົບພຣະທາດຊາຍໃນປີໃໝ່ ປີ ໒໕໕໑

໑.ຄອບທ່າວແກ້ວພູດົງ-ນາງມາໄລພອນ ພົມມະວິໄຊ ບ້ານຫັດສະດີເໜືອ ຈັນທະບູຣີ ບູຊາພຣະທາດຊາຍປີໃໝ່ ຈຳນວນ ໑໐໐ ໐໐໐ ກີບ.
໒.ຄອບຄົວທ່ານຊີ-ນາງແກ້ວ ບ້ານຮ່ອງຄ້າ ຈັນທະບູຣີ ບູຊາພຣະທາດຊາຍປີໃໝ່ ຈຳນວນ ໕໐໐ ບາດ.

Friday, 21 March 2008

ຂ່າວບຸນຍົກຍອດຊໍ່ຟ້າສີມາ


ຂ່າວບຸນຍົກຍອດຊໍ່ຟ້າສີມາ

ວັດຫາງຂະເໝົາ ເມືອງມຸນລະປະໂມກ ແຂວງຈຳປາສັກ

------------

ວຸດທິທັມ ຄຳຝູງຂ້າທັງຫຼາຍ ພາບໃນມີພຣະສົງ ສາມະເນນເປັນເຄົ້າ, ພາຍນອກມີອົງການຈັດຕັ້ງ ແລະເຖົ້າ ແກ່ແນວໂຮມ ຕລອດທັງອົງການຈັດຕັ້ງຂະເໝົາໂພນຈຳປາ ແລະຄຸ້ມບ້ານຫາງດອນຂະເໝົາ, ໄດ້ຈັດຕັ້ງກັນ ເຮັດບຸນ ຍົກຍອດຊໍ່ຟ້າຫຼັງຄາສິມຂຶ້ນ ດັ່ງມີກຳນົດການດັງນີ້.

ວັນອັງຄານ, ທີ 1 ເມສາ 2008, ກົງກັບແຮມ 11 ຄ່ຳ, ເດືອນ 4 ປີ ພ.ສ 2550, ເປັນວັນຫາງຫາກະກຽມສະ ຖານທີ່.

ວັນພຸດ, ທີ 2 ເມສາ 2008, ກົງກັບແຮມ 12 ຄ່ຳ, ເດືອນ 4 ປີ ພ.ສ 2550, ເປັນມື້ຕັ້ງບຸນ ຕອນແລງ ເວລາ 16:00 ໂມງ, ມີການສູດປະຣິຕຕະມຸງຄຸນ ແລະມີການຄົບງັນດ້ວຍລຳວົງ(ດົນຕຣີ)ຕລອດຄືນ.

ວັນພະຫັດ, ທີ 3 ເມສາ 2008, ກົງກັບແຮມ 13 ຄ່ຳ, ເດືອນ 4 ປີ ພ.ສ 2550, ເປັນມື້ຕັກບາດ ຖວາຍສັງຄະ ທານ ແລະຍົກຍອດຊໍ່ຟ້າ ໃນເວລາ 08:00 ໂມງ.

ດັ່ງນັ້ນ, ຈຶ່ງຂໍເຊີນຊວນຍາດພີ່ນ້ອງ ແລະພຸດທະບໍຣິສັດ ຈົ່ງໄດ້ສະຫຼະເວລາໄປຮ່ວມບຸນ ສິນ ກິນທານນຳ ພວກຂ້າພະເຈົ້າດ້ວຍ.

ຂໍອ່ວຍພອນໃຫ້ເຈົ້າພາບຜູ້ໃນບຸນທັງຫຼາຍ ຈົ່ງປະສົບສຸກສົມຫວັງໃນໜ້າທີ່ການງານ ແລະພຽບພ້ອມໄປ ດ້ວຍ ພອນທິບ ໔ ປະການ ຄືອາຍຸ, ວັນນະ, ສຸຂະ, ພະລະ ປະຕິພານ ທະນະສານ ສົມບັດ ຕລອດປີໃໝ່ນີ້ດ້ວຍ ເທີ້ນ.

dd.jpg

ຄະນະກັມມະການ

ຄະນະທີ່ປຶກສາ

ຝ່າຍສົງ

1- ພຣະອາຈາຣຍ໌ບຸນທອງ ວິປະໄຊຍ໌(ຊາໂງນ).

2- ພຣະອາຈາຣຍ໌ສີຜາ ເສງສີດຳ ວັດຫ້ວຍໂກ

3- ພຣະອາຈາຣຍ໌ເນືອງ ໂພທິຣາດ ວັດຫົວຂະເໝົາ.

4- ພຣະອາຈາຣຍ໌ກິແກ້ວ ປັນຍາ ວັດດອນພານເຄົາ.

5- ພຣະອາຈາຣຍ໌ໃສ ແສງພຣະຈັນ ວັດຮີນາຄອນ.

6- ພຣະອາຈາຣຍ໌ບຸນສີ ສີສະຫວັດ ວັດກາງໂຂງ.

7- ພຣະອາຈາຣຍ໌ຫອມ ວັນສີຣິ

ຝ່າຍສົງ

1. ທ່ານບຸນໂຈມ ອຸບົນປະເສີດ ພ້ອມຄອບຄົວ.

2. ທ່ານທອງແດງ ສິງທິຣາຊ ແມ່ເຖົ້າໜຼພັນ, ທ່ານແສງແກ້ວ ນາງວັນນະລີ.

3. ທ່ານດຣ. ບົວພັນ ໃສທິຣາຊ ພ້ອມຄອບຄົວ.

4. ທ່ານເພັດສະຫວັນ ປຳ້ນຳ້ມັນມີເມືອງ ພ້ອມຄອບຄົວ.

5. ແມ່ເຖົ້າໜຼພັນ, ທ່ານແສງແກ້ວ ນາງວັນນະລີ.

6. ທ່ານດຣ. ບົວພັນ ໃສທິຣາຊ ພ້ອມຄອບຄົວ.

7. ທ່ານອຸໄດ ສຸວັນນາລີ ພ້ອມຄອບຄົວ.

8. ທ່ານບຸນຊຸມ ສີສະຫວັດ ພ້ອມຄອບຄົວ.

9. ທ່ານຈັນຖະໜອມ ສົມວົງ ພ້ອມຄອບຄົວ.

10. ທ່ານສົມບູນ(ຕິ) ຊາບັນດິດ, ຮ້ານຂາຍຄຳຕລາດສວັນ.

ຄະນະກັມມະການດຳເນີນງານ

ຝ່າຍສົງ

1- ພຣະອຈາຣຍ໌ບຸນຈອນ ແກ້ວສັນຕິໄຊຍ໌(ວັດໂພນຈຳປາ)

2- ພຣະອາຈາຣຍ໌ເນືອງພິລັກ ໂຂຕິທອນ(ວັດວຽງຈະເຣີນ)

3- ພຣະອຈາຣຍ໌ອຸດົມ ແກ້ວປະເສີດ(ວັດປາກເຊ)

4- ພຣະອາຈາຣຍ໌ພຸດທະວັນ ປຸນນະຣາດ(ວັດຫາງຂະເໝົາ)

5- ພຣະອາຈາຣຍ໌ສົມຊາຍ ປຸນຍະປາສິດ(ວັດໂຊກຄຳ)

6- ພຣະອຈາຣຍ໌ຈັນຫອມ ວັນສີຣິ(ວັດໂພນງາມ)

7- ພຣະອຈາຣຍ໌ສິຈັນ ສຸກຈະເຣີນ(ວັດວຽງຈະເຣິນ)

8- ພຣະອາຈາຣຍ໌ຄຳໄພ ດຳດີ(ວັດວຽງຈະເຣີນ)

9- ພຣະອາຈາຣຍ໌ພົມມະຣີນ ສຸດທິວົງ.

10- ພຣະອາຈາຣຍ໌ບຸນເຈືອ ພົມມະຈັນ

ແລະພຣະສົງ-ສາມະເນນພາຍໃນວັດ.

ຝ່າຍສົງ

11. ທ່ານບຸນໂຈມ ອຸບົນປະເສີດ ພ້ອມຄອບຄົວ.

12. ທ່ານທອງແດງ ສິງທິຣາຊ ແມ່ເຖົ້າໜຼພັນ, ທ່ານແສງແກ້ວ ນາງວັນນະລີ.

13. ທ່ານດຣ. ບົວພັນ ໃສທິຣາຊ ພ້ອມຄອບຄົວ.

14. ທ່ານເພັດສະຫວັນ ປຳ້ນຳ້ມັນມີເມືອງ ພ້ອມຄອບຄົວ.

15. ແມ່ເຖົ້າໜຼພັນ, ທ່ານແສງແກ້ວ ນາງວັນນະລີ.

16. ທ່ານດຣ. ບົວພັນ ໃສທິຣາຊ ພ້ອມຄອບຄົວ.

17. ທ່ານອຸໄດ ສຸວັນນາລີ ພ້ອມຄອບຄົວ.

18. ທ່ານບຸນຊຸມ ສີສະຫວັດ ພ້ອມຄອບຄົວ.

19. ທ່ານຈັນຖະໜອມ ສົມວົງ ພ້ອມຄອບຄົວ.

20. ທ່ານສົມບູນ(ຕິ) ຊາບັນດິດ, ຮ້ານຂາຍຄຳຕລາດສວັນ.

ຄະນະເຈົ້າສັດທາສ້າງຍອດຊໍ່ຟ້າ

ພຣະອາຈາຣຍ໌ບຸນຈອນ ແກ້ວສັນຕິໄຊ, ພຣະອາຈາຣຍ໌ເນືອງພິລັກ ໂຊຕິທອນ, ແມ່ຕູ້ໃຈ-ທ່ານຈິ້ມ-ນາງພວງມາໄລ ແມ່ຂອງບຣິສ

ທ່ານເຄື້ອງ-ນາງຫຍຸ້ນສົມໝາຍ+ແມ່ເຖົ້າດຳ, ທ່ານພຸກໝິ້ນ-ນາງບົວຜິນ, ພໍ່ເຖົ້າຕັນ-ແມ່ເຖົ້າໄທ ແກ້ວສັນຕິໄຊ, ສັດທາຣວມບ້ານຫາງຂະເໝົາ ໂພນຈຳປາ ແລະຂະເໝົາກາງ

ຍາດໂຍມຜູ້ຕ້ອງຢາກຮ່ວມເດີນທາງໄປທ່ອງທ່ຽວພະນົມເປັນ, ອັງກໍວັດ ປະເທດກັມປູເຈັຍ ຕິດຕໍ່ ພຣະອາຈາຣຍ໌ເນືອງ 224-1861 ພຣະອາຈາຣຍ໌ສີຈັນ 227-3045, ພຣະອາຈາຣຍ໌ສົມຊາຍ 220-5583

Thursday, 20 March 2008

ບົດໄຫວ້ພຣະ

ໄຫວ້ພຣະສະເດາະເຄາະຮັບໂຊກດ້ວຍຕົນເອງ

(ໄຕ້ທຽນ ຈູດທູບ ຂາບລົງ 3 ຄັ້ງ)

1. ຄຳບູຊາດອກໄມ້.(ຍົກຂັນດອກໄມ້ທູບທຽນ)

- ພຸດທະບູຊາ ມະຫາເຕຊະວັນໂຕ.

- ທັມມະບູຊາ ມະຫາປັນຍະວັນໂຕ.

- ສັງຄະບູຊາ ມະຫາໂພຄະວະໂຫ.

- ຕິໂລກະນາໂຖ ເຍ ນັມຫະກັງ ອັສສະ ທິຄະຣັຕຕັງ ຫິຕາຍະ ສຸຂາຍະ ຍາວະ ນິພພານັງ ໂຫຕຸ

- ພຸດທະ ກັນຕັງ ທັມມະ ກັນຕັງ ສັງຄະ ກັນຕັງ, ພຸດທະຮັກສາ ທັມມະ ຮັກສາ ສັງຄະ ຮັກສາ ປູຊາຍັນຕິ.(ຂາບ 1 ຄັ້ງ)

2. ຄຳໄຫວ້ພຣະ

- ອິມິນາ ສັກກາເຣນະ ຕັງ ພຸດທັງ ອະພິປູຊະຍາມະ.

ອະຣະຫັງ ສັມມາສັມພຸດໂທ ພະຄະວາ ພຸດທັງ ພະຄະວັນຕັງ ອະພິວາເທມິ (ຂາບ 1 ຄັ້ງ)

- ອິມິນາ ສັກກາເຣນະ ຕັງ ທັມມັງ ອະພິປູຊະຍາມະ.

ສວາກຂາໂຕ ພະຄະວະຕາ ທັມໂມ ທັມມັງ ນະມັສສະມິ. (ຂາບ 1 ຄັ້ງ)

- ອິມິນາ ສັກກາເຣນະ ຕັງ ສັງຄັງ ອະພິປູຊະຍາມະ.

- ສຸປະຕິປັນໂນ ພະຄະວະໂຕ ສາວະກະສັງໂຄ ສັງຄັງ ນະມາມິ (ຂາບ 1 ຄັ້ງ).

- ພຸດທັງ ສະຣະນັງ ຄັສສະມິ.

- ທັມມັງ ສະຣະນັງ ຄັສສະມິ.

- ສັງຄັງ ສະຣະນັງ ຄັສສະມິ.

- ທຸຕິ ຍັມປິ ພຸດທັງ ສະຣະນັງ ຄັສສະມິ.

- ທຸຕິ ທັມປິ ທັມມັງ ສະຣະນັງ ຄັສສະມິ.

- ທຸຕິ ຍັມປິ ສັງຄັງ ສະຣະນັງ ຄັສສະມິ.

- ຕະຕິ ຍັມປິ ພຸດທັງ ສະຣະນັງ ຄັສສະມິ.

- ຕະຕິ ທັມປິ ທັມມັງ ສະຣະນັງ ຄັສສະມິ.

- ຕະຕິ ຍັມປິ ສັງຄັງ ສະຣະນັງ ຄັສສະມິ. (ຂາບ 1 ຄັ້ງ)

3. ສະເດາະເຄາະຕົນເອງ.

- ນະໂມ ຕັສສະ ພະຄະວະໂຕ ອະຣະຫະໂຕ ສັມມາສັມພຸດທັສສະ.

ນະໂມ ຕັສສະ ພະຄະວະໂຕ ອະຣະຫະໂຕ ສັມມາສັມພຸດທັສສະ.

ນະໂມ ຕັສສະ ພະຄະວະໂຕ ອະຣະຫະໂຕ ສັມມາສັມພຸດທັສສະ.

- ໄຊຍະ ໄຊຍະ ພຸດໂທ, ໄຊຍະ ໄຊຍະ ທັມໂມ, ໄຊຍະ ໄຊຍະ ສັພພະຣາຊາ (ວ່າ 9 ຫົນ)

4. ກ່າວຄຳບູຊາໂຊກດ້ວຍຕົນເອງ.

ທຸກຂັປປັຕຕາ ຈະ ນິຈທຸກຂາ ຈະ ນິພພະຍາ ໂສກັປປັຕຕາ ຈະນິຈໂສກາ ໂຫຕຸ ຂ້ານ້ອຍຊື່ວ່າ(ບອກຊື່ຕົນ ເອງນາມສະກຸນພ້ອມ) ອາຍຸ….ປີ, ຂໍໃຫ້ເຖິງເຊິ່ງຄວາມຈະເຣີນຮຸ່ງເຮືອງ ມີໂຊກ ມີໄຊ ຊະຍະ ສິທທິ ທະນັງ ສຸຂັງ ພະລັງ ໂສຕຖິງ ພະຄະຍັງ ສຸຂັງ ພະລັງ ສີຣິ ຈະ ອາຍຸ ຈະ ວັນໂນ ຈະ ໂພຄັງ ວຸທທິ ຈະຍະ ສະຕະວັສສາ ຈະ ອາຍູ ວະ ສິທທິ ພະວັນຕຸ ເມ.

ອຸກາສະ ວັນທາ ມິ ພັນເຕ ສັບພັງ ອະປະຣາທັງ ຂະມະຖະ ເມ ພັນເຕ ມະຍາກະຕັງ ປຸນຍັງ ໄມຫັງທາ ຕັພພັງ ສາທຸ ສາທຸ ສາທຸ ອະນຸໂມ ທາມິ. (ຂາບ 3 ຫົນແລ້ວພິທິ)